เงินบาทเปิด 33.35 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
เงินบาทเปิด 33.35 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ตัวแปรสำคัญ เขย่าค่าเงินบาท-ทองคำ-ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.35 บาท/ดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ 33.38 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ จากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจาล่าสุดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เป็นไปด้วยดี ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กดีดตัวขึ้นกว่า 1% หลังจากเควิน วอร์ช ประธาน (เฟด) กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าการคาด
ในงานการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นายเควิน วอร์ช ได้ปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้หรือไม่ นักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดลงเล็กน้อย หลังถ้อยแถลงของวอร์ช โดย FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งขยับลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 67%
(ADP) เปิดเผย การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 118,000 ตำแหน่ง ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นราวๆ 48,000 ตำแหน่ง มาจากภาคการศึกษาและบริการด้านสุขภาพ ซึ่งยังคงเป็นภาคส่วนที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.9 ในเดือนมิ.ย. หลังพุ่งแตะระดับ 55.1 ในเดือนพ.ค. ดัชนีPMIยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต โดยขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ แม้ว่าการจ้างงานชะลอตัวลง ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิ.ย.ที่จะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนมิ.ย.
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 1,592.02 ล้านบาท ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 4,327.57 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.20 - 33.50 บาท/ดอลลาร์ แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.20/ขาย 33.50
- EUR/THB 37.70 - 38.20 แนะนำ ซื้อที่ 37.70/ขาย 38.20
- JPY/THB 0.2030 - 0.2070 แนะนำ ซื้อที่ 0.2030/ ขาย 0.2070
ด้าน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.26-33.43 บาทต่อดอลลาร์) โดยเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยบรรดาผู้เล่นในตลาด ตอบรับรายงานผลสำรวจ Challenger Job Cuts ที่ออกมาดีกว่าคาด และการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดก่อนรับรู้ ถ้อยแถลงของประธาน FED Kevin Warsh ในงานสัมมนาของ ECB ที่เมือง Sintra
ก่อนที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง หลังประธาน FED Kevin Warsh ได้ระบุว่า ความเสี่ยงด้านสูงต่อเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้ทยอยลดลงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ ลง (จากโอกาสราว 56% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ เหลือราว 33%) กดดันให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลง พร้อมกับหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้ถูกจำกัดและชะลอลง หลังเงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ ของ FED เป็น 43% ก่อนรับรู้รายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะเดียวกัน แรงขายหุ้นเทคฯ กลุ่ม AI/Semiconductor ได้มีส่วนหนุนเงินดอลลาร์ พร้อมกดดันราคาทองคำ
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) โดยข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ FED ได้พอสมควร
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางฝั่งยุโรป เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB และ BOE
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ จนกว่าจะเห็นการลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.55 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB