คนไทยวัยทำงาน จาก 23.5 ล้านคน พบ 40% ไร้เครดิต! ตัดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อทางการเงิน
รู้จัก"คะแนนเครดิตทางการเงิน" หลัง คนไทยวัยทำงาน จาก 23.5 ล้านคน พบ 40% ไร้เครดิต! ตัดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อทางการเงิน
ตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน ในจำนวนนี้ พบว่า มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบจำนวน 23.5 ล้านคน (คิดเป็น 60%) กล่าวคือ มีประชากรไทยในช่วงอายุดังกล่าวอีกกว่า 40% ที่ไม่มีข้อมูลเครดิต
ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงระดับหนี้ของคนไทย แต่คือการที่คนจำนวนมากยังไม่มีตัวตนทางการเงินในระบบข้อมูลเครดิต ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน และอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบเมื่อมีความจำเป็น
ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่า คะแนนเครดิต คือ ตัวเลขสำคัญที่คนไทยควรรู้จักไม่ต่างจากรายได้หรือเงินออม เพราะมักเกิดคำถามสำคัญ ว่า “เป็นหนี้มา ก็จ่ายตรงตลอด...ทำไมเครดิตไม่ดี” หรือ “ซื้อเงินสดตลอด...แต่ทำไมกู้ยากจัง” ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนของคนมีวินัยทางการเงินที่ดีจำนวนมาก เพราะในโลกการเงินต่อให้เป็นคนมีวินัยดีแค่ไหนหากไม่มีใครรู้ก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้น การมีประวัติสินเชื่อในฐานข้อมูลเครดิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “เครดิตดี...ต้องได้รับโอกาสทางการเงินที่ดี”
“วินัยที่ดี” นำไปสู่โอกาสทางการเงินที่จับต้องได้จริง
ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กล่าวว่า คะแนนเครดิต (Credit Score) เป็นคะแนนที่คำนวณจากพฤติกรรมทางการเงินในอดีต ทั้งประวัติการชำระหนี้ การใช้วงเงิน ความต่อเนื่องของประวัติเครดิต ความหลากหลายของสินเชื่อ และการขอสินเชื่อใหม่ยิ่งมีคะแนนสูง ยิ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและมีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ตรงเวลาสูง
ดังนั้น การมีประวัติเครดิตที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ยังช่วยให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินนอกฐานข้อมูลเครดิต แม้จะตอบโจทย์ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถนำประวัติการชำระหนี้มาสร้างเครดิตหรือสร้างโอกาสทางการเงินในอนาคตได้
"เลขมงคลทางการเงิน" ที่แท้จริง คือ คะแนนเครดิต
ด้านนายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี กล่าวว่า "เลขมงคลทางการเงิน" ที่แท้จริง คือ คะแนนเครดิต โดยคะแนนเครดิตที่อยู่ระหว่าง 753-900 คะแนน (ระดับ AA) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองผ่านวินัยทางการเงิน
"คนไทยจำนวนมากรู้เงินเดือน รู้ยอดเงินออม และรู้มูลค่าพอร์ตลงทุนของตัวเอง แต่กลับไม่รู้คะแนนเครดิตของตัวเอง ทั้งที่ตัวเลขนี้ส่งผลต่อโอกาสทางการเงินมากกว่าที่หลายคนคิด"
คะแนนเครดิตดี แต้มต่อเข้าถึงสินเชื่อหลากหลาย
ข้อมูลจาก ttb analytics พบว่า เครดิตที่ดีสามารถสร้างแต้มต่อทางการเงินได้อย่างชัดเจน โดยสินเชื่อบุคคลในระบบมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 17-25% ต่อปี ขณะที่หนี้นอกระบบมีต้นทุนทางการเงินสูงได้ถึง 120% ต่อปี หรือสูงกว่าถึงเกือบ 6 เท่า
นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเครดิตที่ดียังมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวงเงินขนาดใหญ่กว่า เช่น สินเชื่อรถยนต์เฉลี่ย 600,000 บาท และสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 1,620,000 บาทขณะที่หนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยเพียงประมาณ 20,000 บาทต่อราย
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้สมัคร ผลการพิจารณาสินเชื่อ ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
"ผ่อนดี ได้ดี" เปลี่ยนเครดิตดีให้เป็นผลตอบแทนที่จับต้องได้
ทีทีบีเชื่อว่าผู้ที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล จึงนำแนวคิด Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาใช้ผ่านสินเชื่อบุคคล เช่น ทีทีบี แคชทูโก ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท และช่วยให้ลูกค้ากว่า 80% สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงกว่าการคิดดอกเบี้ยแบบเดิมเฉลี่ย 5% ต่อปี
หรือทุกวงเงินกู้สินเชื่อ 100,000 บาท สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 20,000 บาท โดยอยู่ภายใต้ว่าตัวอย่างการคำนวณเป็นเพียงการประมาณการภายใต้สมมติฐานที่กำหนด ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามวงเงิน ระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย และพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB