น้ำมันลง-ดอลลาร์อ่อน ดันเงินบาทแข็งค่าที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ยังเสี่ยงผันผวนจาก Fed และตะวันออกกลาง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.36-33.48 บาทต่อดอลลาร์) หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างที่ตลาดได้กังวลก่อนหน้า (แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง)
อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความคาดหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาปรับตัวลงพอควร โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ได้ปรับตัวลงจากโซน 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สู่โซน 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะ FED ขณะเดียวกัน บรรยากาศในตลาดการเงินได้ทยอยกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้โดยรวมเงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ส่วนราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถรีบาวด์ขึ้นเหนือโซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง หลังผู้เล่นในตลาดลดความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Meta +4.7% รวมถึง บรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor นำโดย AMD +5.7% ทว่าการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบได้สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ Exxon Mobil -2.6% ทำให้โดยรวม ดัชนี Dowjones ปรับตัวขึ้น +0.27% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด +0.81% ขณะที่ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +1.30%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้าง สู่ระดับ 4.55% ตามการปรับตัวลงของราคาพลังงานและการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 36% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ ทั้งนี้ เราคงประเมินว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed รวมถึงบรรยากาศในตลาดการเงิน
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานอัตราเงินเฟ้อฝั่งยุโรป ทั้ง อัตราเงินเฟ้อของเยอรมนี และฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายน เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของยูโรโซน และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เรามองว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง และนำมาสู่การปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Fed ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อทั้งราคาทองคำ และหุ้นธีม AI/Semiconductor (รวมถึงบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวม) เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยยังมีโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนโซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์
เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะปรับสถานะถือครอง อย่าง สถานะ Long USD อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินอาจพอช่วยหนุนเงินบาทได้บ้าง ผ่านแรงซื้อสินทรัพย์ไทย โดยบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจยังคงทยอยเข้าซื้อหุ้นไทย รวมถึงบอนด์ไทยเพิ่มเติมได้ แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยที่จำกัดการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทไว้เหนือโซนแนวรับดังกล่าว
ในทางกลับกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเร่งให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมากและมีโอกาสเห็นราคาน้ำมันดิบกลับสู่โซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือมากกว่าได้ จะทำให้ ผู้เล่นในตลาดยิ่งมั่นใจต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จนหนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อพอสมควร พร้อมทั้งกดดันราคาทองคำและเงินบาท โดยในกรณีนี้ เรามองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้านสำคัญ และเปิดโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่องทดสอบโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB