ดอลลาร์แข็ง กดเงินบาทอ่อนค่า! เปิด 33.59 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีกว่าคาด ตลาดจับตาทิศทางดอกเบี้ยของเฟดต่อเนื่อง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.56 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up เข้าใกล้โซน 33.65 บาทต่อดอลลาร์ กดดันโดยจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
ที่มาพร้อมกับการปรับตัวลงหลุดโซนแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ของราคาทองคำ (XAUUSD) ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่
ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากแรงเทขายหุ้นธีม AI/Semiconductor ได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนเงินดอลลาร์ พร้อมกดดันราคาทองคำ ผ่านความจำเป็นต้องปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด เพื่อปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตและเพิ่มสภาพคล่อง ในจังหวะที่หุ้นธีม AI/Semiconductor เผชิญแรงขายที่รุนแรง
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ดัชนีภาวะภาคการผลิตอุตสาหกรรมโดย Fed สาขา Philadelphia รวมถึงคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ของ Fed สาขา Atlanta ทว่า ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมิถุนายน ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง +0.2%m/m (+1.0% ในเดือนก่อนหน้า) สอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง อาทิ Micron -5.7%, Nvidia -2.4% ขณะเดียวกันบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ ต่างพลิกกลับมาปรับตัวลง โดยเฉพาะ Alphabet -4.4% สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มเติม ทว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม Defensive อาทิ หุ้นกลุ่ม Healthcare, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อีกทั้ง หุ้นกลุ่มพลังงานยังคงได้อานิสงส์จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่ ทำให้โดยรวม ดัชนี Dow jones ปรับตัวลง -0.20% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.51% ขณะที่ดัชนีหุ้น Nasdaq Composite ดิ่งลงกว่า -1.47%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.16% แม้จะเผชิญแรงกดดันจากความกังวลของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรดาหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ อย่าง Rio Tinto -1.8% ตามการปรับตัวลงของราคาแร่โลหะต่างๆ ในช่วงนี้ ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนม รวมถึงหุ้นกลุ่ม Defensive อาทิ กลุ่ม Healthcare และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกัน การรีบาวด์ขึ้นของ ASML +3.2% หลังปรับตัวลงในวันก่อนหน้า ได้เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นยุโรป
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ การแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งอาจมีการพูดถึงประเด็นสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ทำให้การแถลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้พอควรและควรติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
"มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.45-33.75 บาท/ดอลลาร์"
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.60 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.55 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง และจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากความยืดเยื้อของสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงทำให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในระดับสูง
โดยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนพ.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 6.72% หลังจากเพิ่มขึ้น 7.33% ในเดือนพ.ค.
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 208,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 219,000 ราย
นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก พุ่งขึ้นสู่ระดับ 41.4 ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 12.7 จากระดับ 10.3 ในเดือนมิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่
วันนี้คาดว่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่า ตามราคาทองคำโลกที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำโลกอยู่ที่ระดับ 3,981 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.40 - 33.80 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.40 / ขาย 33.80
- EUR/THB 38.30 - 38.80 แนะนำ ซื้อที่ 38.30 / ขาย 38.80
- JPY/THB 0.2050 - 0.2100 แนะนำ ซื้อที่ 0.2050 / ขาย 0.2100
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB