บาทเสี่ยงอ่อนแตะ 34 บาท/ดอลลาร์ ไตรมาส 3 ก่อนมีลุ้นแข็งค่าปลายปี
กรุงศรี คาด เงินบาทไตรมาส 3 ปี 69 ยังมีโอกาสอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากความเสี่ยงราคาน้ำมัน-ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก่อนมีโอกาสกลับมาแข็งค่าในช่วงปลายปี
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่อง และอาจทะลุระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไปแตะบริเวณ 34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากราคาน้ำมันโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกสะดุด
และหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือรุนแรงมากขึ้น จะส่งผลต่อเงินเฟ้อโลกและเงินเฟ้อสหรัฐฯ จนทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินบาทในระยะสั้น
ซึ่งกรณีฐานของธนาคาร ยังคงมองว่า ในที่สุดทุกฝ่ายจะหันกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยเชื่อว่าปัจจุบันมีการหารือกันอยู่เบื้องหลังแล้ว หากราคาน้ำมันเริ่มชะลอการปรับขึ้นหรือปรับลดลง จะช่วยให้เงินเฟ้อโลกทยอยชะลอตัวลง ทั้งนี้ สมมติฐานหลักของธนาคารในปีนี้ยังคงคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ซึ่งเป็นระดับที่สูงเพียงพอต่อการดูแลภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน ตราบใดที่ปัจจัยเสี่ยงไม่ได้รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้
สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ค่าเงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และเคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป และกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง อันจะเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะต่อไป
ขณะที่ ตลาดการเงินโลกจะเริ่มหันเหความสนใจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปสู่แนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาคจะยังมีความเปราะบางและอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนเป็นระยะก็ตาม โดยเฟดภายใต้การนำของประธาน เควิน วอร์ช มีแนวโน้มปฏิรูปแนวทางการสื่อสารกับตลาดการเงิน ด้วยการลดการส่งสัญญาณชี้นำล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ตลาดตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ มากขึ้น รวมถึงช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับราคาสินทรัพย์ทั่วโลก ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง แต่คาดว่าจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินเยนต่อไป
ทั้งนี้ ความผันผวนของค่าเงินบาทจะเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อไป แม้ในบางวันเงินบาทอาจเคลื่อนไหวเพียง 5-10 สตางค์ แต่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ตลาดสามารถเหวี่ยงตัวได้ค่อนข้างแรง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้งข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและการเคลื่อนไหวของค่าเงินทั่วโลก
ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่า จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.00% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า ตราบใดที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในบริบทที่เงินเฟ้อด้านต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นเพียงชั่วคราว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มให้น้ำหนักกับภาวะอุปสงค์ภายในประเทศและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่าแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
ด้านนายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายต่างๆ ของตลาดเงินทั่วโลก ที่ผ่านมากรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจ โดยผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นอยู่ที่ 16% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ความท้าทายของธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันและความผันผวนของสถานการณ์ตลาดการเงินโลก โดยอ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งระบุว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตกว่า 60% ขณะที่ปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อการนำเข้าส่งออกที่ทำผ่านธนาคารพาณิชย์กลับเติบโตขึ้นเพียง 5.7% จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการทำธุรกรรม FX ของภาคธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency Trends อย่างชัดเจน โดยแนวโน้มการชำระเงินค่าสินค้านำเข้าและส่งออกด้วยสกุลเงินอื่น นอกเหนือจาก 3 สกุลเงินหลัก (ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน) เติบโตอย่างก้าวกระโดด
จากแนวโน้มการทำธุรรรม FX ของภาคธุรกิจและภาครวมของตลาดการเงิน กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2026 โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. ยกระดับสู่ Digital FX อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งพัฒนาและขยายขีดความสามารถในการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น FX ผ่านทางระบบออนไลน์ FX@Krungsri การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มของลูกค้าเข้ากับบริการ FX API ของธนาคาร รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินผ่าน Krungsri FX Line Official Account เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดและทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. พัฒนาโซลูชันด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและ Multi-Currency ขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) และเมื่อช่วงไตรมาส 4/2568 ธนาคารยังได้เปิดให้บริการเงินสกุลริยัลซาอุดิอาระเบีย (SAR) เพื่อรองรับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและตะวันออกกลางที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3. พัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและการลงทุน มุ่งนำเสนอโซลูชันเพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มากขึ้น นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับศักยภาพของกลุ่ม MUFG พร้อมทั้งนำ AI และระบบ Automation มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานของ FX Dealer เพื่อยกระดับความรวดเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพการให้บริการ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB