เตือนนักบิดหนี้! Virtual Bank ตามตัวได้ ลั่นอย่าเอาเปรียบระบบ
เตือนนักบิดหนี้! “Virtual Bank” ตามตัวได้ สมาคมธนาคารไทย ย้ำ อย่าเอาเปรียบระบบ หวั่นเสียโอกาสกู้ในอนาคต ยืนยันระบบยังมีเสถียรภาพ แม้ช่วงแรกอาจมีผู้ทดลองช่องโหว่
นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย แสดงความเห็นต่อกระแสดรามาเกี่ยวกับการขอสินเชื่อผ่านธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) หลังมีการแชร์วิธีขอสินเชื่อและชักชวนให้เบี้ยวหนี้ โดยย้ำว่า การเอาเปรียบระบบเศรษฐกิจและทรัพยากรสาธารณะเป็นสิ่งที่ไม่ทำและควรเกิดขึ้น เพราะอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนที่มีความจำเป็นจริงในอนาคต
สำหรับกรณีกระแสชักชวนเบี้ยวหนี้ผ่าน Virtual Bank อย่าง CLICX นั้น นายผยงระบุว่า ผู้ที่ตั้งใจเอาเปรียบระบบไม่ควรได้รับการสนับสนุน
พร้อมให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยมีเศรษฐกิจนอกระบบคิดเป็น 48% ของระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ผู้ยื่นแบบเสียภาษีมีประมาณ 12 ล้านคน แต่ผู้ที่เสียภาษีจริงมีเพียงราว 5 ล้านคน ดังนั้นเงินฝากและทรัพยากรในระบบการเงินจึงเป็นของผู้ที่อยู่ในระบบและปฏิบัติตามกติกา ไม่ควรถูกนำไปเอื้อประโยชน์แก่ผู้ที่จงใจเอาเปรียบ
นายผยงย้ำว่า การโพสต์ชักชวนหรืออวดอ้างว่าสามารถหลอกระบบได้ เรื่องนี้ควรตรวจสอบ Digital Footprint ว่าเป็นเพียงความคึกคะนองของบุคคล หรือมีผู้จงใจสร้างกระแส เพราะที่ผ่านมา กลุ่มมิจฉาชีพและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ก็ใช้โซเชียลมีเดียสร้างกระแสในลักษณะเดียวกัน อีกทั้งการมี Alternative Data ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความรู้ด้านการเงินที่ถูกต้อง และไม่ส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือน
ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่ากระแสดังกล่าวจะทำให้ธนาคารต้องเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น นายผยงระบุว่า ระบบธนาคารมีมาตรฐานด้านการคัดกรองสินเชื่อ การติดตามหนี้ และการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบอยู่แล้ว อีกทั้งหากตรวจพบผู้ที่จงใจทุจริตหรือเอาเปรียบระบบ บุคคลเหล่านั้นก็จะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม นายผยงเตือนว่า การสร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจว่าการเบี้ยวหนี้เป็นเรื่องน่าภูมิใจ อาจทำให้คนที่ตั้งใจประกอบอาชีพและต้องการเข้าถึงสินเชื่อหมดกำลังใจ และหากพฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจทำให้สถาบันการเงินจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งท้ายที่สุดจะกระทบต่อผู้กู้ที่มีความจำเป็นจริงมากกว่าผู้ที่คิดเอาเปรียบระบบ
"ความคึกคะนองแบบนี้ มันมีนิดเดียว แต่ว่าการทำให้คนเนี่ย หมดมู้ดในการทำมาหากิน หมดความหวังในการเข้าถึงสินเชื่อ เป็นสิ่งที่น่าตำหนิอย่างยิ่งอันนี้ก็ต้องย้ำ" นายผยง กล่าว
นายผยง ยังชี้แจงถึงบทบาทของ Virtual Bank ว่า วัตถุประสงค์สำคัญคือการดึงประชาชนที่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบให้เข้าสู่สินเชื่อในระบบ ซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำกว่าและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ดังนั้น หากยอดหนี้ในระบบเพิ่มขึ้นจากการนำเงินไปปิดหนี้นอกระบบ ไม่ได้หมายความว่าประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น เพราะภาระหนี้รวมอาจลดลงจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และยังช่วยให้เห็นภาพหนี้ครัวเรือนของประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ส่วนความกังวลว่าการปล่อยสินเชื่อของ Virtual Bank นั้นจะทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นนั้น นายผยงยอมรับ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยยังมีความเปราะบางจากผลกระทบต่อเนื่องของโควิด-19 ประกอบกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบ K-shaped ทำให้บางภาคธุรกิจเติบโต ขณะที่อีกหลายกลุ่มยังเผชิญปัญหารายได้ โดยเฉพาะการผลิตที่ยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบสูง แม้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าไฮเทคจะมีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ยังใช้วัตถุดิบในประเทศต่ำ และต้องนำเข้าเพื่อส่งออกถึง ประมาณ 70% ส่งผลให้เม็ดเงินไม่กระจายสู่ภาคเศรษฐกิจในประเทศมากนัก
นอกจากนี้ ไทยยังต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ รวมถึงสังคมสูงวัย ซึ่งทำให้การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่สามารถทำเฉพาะด้านสินเชื่อได้ แต่ต้องสร้างรายได้และยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจควบคู่กัน โดยเห็นด้วยกับแนวคิดของธนาคารแห่งประเทศไทยว่า วิธีแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ผู้ประกอบการรายเล็กที่ดีที่สุด คือ การทำให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้
ทั้งนี้ นายผยง ยืนยันว่า ระบบธนาคารไทย รวมถึงเครดิตบูโร (NCB) และธนาคารแห่งประเทศไทย มีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพมายาวนาน การที่มีผู้พยายาม “ลองของ” กับระบบใหม่ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในยุคดิจิทัล แต่สถาบันการเงินก็มีการติดตาม ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย และพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเข้าถึงสินเชื่อยังเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นจริง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB