เงินบาททรงตัว เปิด 32.83 บาท/ดอลลาร์ ลุ้นกรอบ 32.75–33.00 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทนิ่ง แต่ตลาดยังผันผวน! น้ำมัน–บอนด์ยีลด์–Fed กดดันทิศทาง เปิด 32.83 บาท/ดอลลาร์ ลุ้นกรอบวันนี้ 32.75–33.00 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน แถวโซน 32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.81-32.93 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่
และหนุนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ (ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) พร้อมทั้งยังหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวของสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังความกังวลต่อสถานการณ์สงครามที่เสี่ยงยืดเยื้อ ยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลต่อทั้งแนวโน้มฐานะการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ยังคงถูกจำกัดลงบ้าง ตามการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR) หลังความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างประเมิน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีโอกาส 82% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้เงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) สู่โซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง ตามถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลังฯ สหรัฐฯ Scott Bessent ที่ออกมาย้ำว่า วงเงินการซื้อคืนบอนด์ระยะยาว อาจสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงคาดหวังว่า ทางการสหรัฐฯ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อคุมบอนด์ยีลด์ระยะยาว ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมมีส่วนหนุนการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ
ตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้มีส่วนกดดันให้ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) กลับมาอ่อนค่าลงทดสอบโซน 159 เยนต่อดอลลาร์ ทว่า การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ นั้นมาจากความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ มากกว่าความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งช่วยจำกัดการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 98.8 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.5-99.0 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ แม้บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นพร้อมกับเงินดอลลาร์ สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทว่า ราคาทองคำสามารถทยอยปรับตัวขึ้น เหนือระดับ 4,570 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างมองว่า ทางการสหรัฐฯ พร้อมทำทุกทางเพื่อคุมความผันผวนของบอนด์ยีลด์ระยะยาว นอกจากนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ยังมีส่วนช่วยหนุนการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.85 บาท/ดอลลาร์ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.87 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์ฟื้นตัวเล็กน้อยเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในวันก่อนหน้า โดย Dollar Index +0.1% ที่ 98.90 จากระดับต่ำสุดรอบกว่า 3 เดือนที่ 98.77 สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของ U.S. Treasury Yield หลัง Bond Rally ที่เกิดจากมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของ Treasury เริ่มหมดแรง ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกว่า 7% ในสัปดาห์นี้ เพิ่มความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะที่รายงาน Fed Minutes เดือน ก.ค. มีโทน Hawkish โดยกรรมการหลายรายยังเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2%
สิ่งที่ตลาดต้องติดตามคือ สุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐช่วงปลายเดือน ซึ่งตลาดจะใช้ประเมินทิศทางดอกเบี้ยและ Dollar value ในระยะถัดไป
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 960 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,840 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.70 - 33.00 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 32.70 / ขาย 33.00
- EUR/THB 38.20 - 38.60 แนะนำ ซื้อที่ 38.20 / ขาย 38.60
- JPY/THB 0.2060 - 0.2100 แนะนำ ซื้อที่ 0.2060 / ขาย 0.2100
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB