เงินบาทนิ่ง เปิด 32.69 บาท/ดอลลาร์ ลุ้น Fed-เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ทิศทางค่าเงิน
เงินบาทนิ่ง แต่ตลาดยังไม่นิ่ง! เปิด 32.69 บาท/ดอลลาร์ ลุ้น Fed ส่งสัญญาณดอกเบี้ย-เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ทิศทางค่าเงิน ประเมินกรอบ 24 ชั่วโมง 32.55–32.80 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในลักษณะ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 32.65-32.73 บาทต่อดอลลาร์) หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium
ส่งผลให้เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เช่นกัน นอกจากนี้ ความหวังต่อการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อีกครั้ง รวมถึงการประกาศมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านล่าสุด ที่ไม่ได้รุนแรงอย่างที่ตลาดกังวล ได้ช่วยชะลอการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ (แต่โดยรวมราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) อีกทั้งยังช่วยลดทอนความกังวลแนวโน้มเงินเฟ้อลงบ้าง และมีส่วนช่วยชะลอการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว ส่งผลดีต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ล่าสุด ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 4,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงไม่รีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะ ถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังเลือกลดความเสี่ยงการถือครองหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ก่อนรับรู้รายงานผลประกอบการของ Nvidia -2.9% ในช่วง After Close ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธ 26 สิงหาคม นี้ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หุ้นกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มการเงิน ทำให้ โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.26% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดลบ 0.28% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 0.76%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย สู่ระดับ 4.70% อีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงถูกจำกัดจากความกังวลต่อฐานะการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงประเด็นบริษัท AI ต่างออกหุ้นกู้จำนวนมาก ลดทอนความสนใจต่อบอนด์ระยะยาว
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครอง เพื่อรอลุ้น ทั้ง รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 99 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.9-99.1 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความหวังต่อแนวโน้มการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงจังหวะย่อตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ ได้พอช่วยพยุงให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 4,740 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทว่าการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำอาจถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) เดือนสิงหาคม (เน้นข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง Labor Market Differential ที่เทียบระหว่าง Jobs Plentiful vs Hard to Get) ดัชนีภาวะภาคธุรกิจโดย Fed สาขา อย่างดัชนีภาวะภาคธุรกิจการผลิตและภาคการบริการ โดย Richmond Fed เป็นต้น รวมถึงข้อมูลตลาดบ้าน อย่างยอดขายบ้านใหม่เดือนกรกฎาคม พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.55-32.80 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.68 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.71 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดยังกังวลในสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังจากสหรัฐฯ ออกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศในวันจันทร์ว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับวันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (Economic D-Day) พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ค ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ (26 ส.ค.) โดยดัชนี PCE เป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อประเมินภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ ขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 707 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6,530 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.50 - 32.80 แนะนำ ซื้อ 32.50 / ขาย 32.80
- EUR/THB 38.00 - 38.40 แนะนำ ซื้อ 38.00 / ขาย 38.40
- JPY/THB 0.2040 - 0.2090 แนะนำ ซื้อ 0.2040 / ขาย 0.2090
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB