ทองคำพักฐาน จังหวะไหนน่าซื้อ? GCAP GOLD ชี้แนวรับก่อนลุ้นไปต่อ
GCAP GOLD แนะจับตา PPI-CPI สหรัฐฯ ชี้ทิศทางเฟดและทองคำ ลุ้นแนวรับ 4,370–4,330 ดอลลาร์ ก่อนเป้าหมาย 4,500–4,520 ดอลลาร์
ช่วงนี้ราคาทองคำอาจยังไม่ใช่จังหวะที่ต้องรีบไล่ซื้อ เพราะแม้ราคาจะพยายามฟื้นขึ้นไปทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่สุดท้ายเจอแรงขายและย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
GCAP GOLD ประเมินว่า ภาพของราคาทองคำยังอยู่ในช่วง “พักฐาน” หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน 2569
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ Bond Yield ที่ฟื้นตัวขึ้น ก็เป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้ราคาทองคำย่อตัวลง และยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ขาขึ้นได้อย่างเต็มตัว
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD จึงแนะนำกลยุทธ์ในช่วงนี้ว่า “รอซื้อเมื่อราคาทองคำสามารถสร้างฐานได้” โดยให้จับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,370–4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 68,000–67,300 บาท
หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวและเริ่มสร้างฐานได้ จึงค่อยหาจังหวะเข้าซื้อ โดยมีเป้าหมายแบ่งขายทำกำไรบริเวณ 4,500–4,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองคำไทยประมาณ 70,000–70,200 บาท
แต่หากราคาหลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือทองไทยประมาณ 67,000 บาท GCAP GOLD ยังไม่แนะนำให้รีบเข้าซื้อ เพราะมีโอกาสที่ราคาจะพักฐานต่อ และควรรอให้สร้างฐานใหม่ก่อน
ส่วนอีกระดับที่ต้องจับตาคือ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 70,000 บาท หากราคาสามารถทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณว่าแรงกดดันเริ่มลดลง และเพิ่มโอกาสที่ทองคำจะกลับเข้าสู่รอบการฟื้นตัวอีกครั้ง
ขณะที่ปัจจัยชี้ทิศทางทองคำในสัปดาห์นี้ ยังอยู่ที่ “เงินเฟ้อสหรัฐฯ” โดยตลาดจะจับตาดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญก่อนการประชุมเฟดวันที่ 15–16 กันยายน
เพราะหากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูงหรือเร่งตัวขึ้น ก็อาจทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และกดดันราคาทองคำต่อไป
แต่หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ก็จะช่วยลดแรงกดดันต่อเฟด และเปิดทางให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้
จึงทำให้ตัวเลข PPI และ CPI รอบนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา เพราะนอกจากจะสะท้อนทิศทางเงินเฟ้อแล้ว ยังอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยเฟด และส่งต่อมายังราคาทองคำในระยะถัดไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB