เงินบาทเสี่ยง "Two-way" ตลาดรอความชัดเจน Fed–ตะวันออกกลาง จับตา Trump–Xi
เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.22 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย" ยังเสี่ยง "Two-way" ตลาดจับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed สถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงผลเจรจา Trump–Xi
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.21-33.30 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการทยอยปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ
ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กอปรกับราคาทองคำ (XAUUSD) ได้ทยอยรีบาวด์สูงขึ้นเข้าใกล้โซน 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ได้ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามจังหวะอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ตามอานิสงส์ของการปรับตัวขึ้นบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ตอบรับกระแสความนิยมของ Meta’s MUSE Agentic AI
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ช่วยกดดันราคาพลังงาน ขณะเดียวกันบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor อย่าง Intel +12.1%, AMD +10.0% ต่างปรับตัวขึ้นแรง ตอบรับกระแสความนิยมใน “MUSE” Agentic AI ของ Meta +11.3% ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dowjones ปรับตัวขึ้น +0.7% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +1.5% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้น +2.3%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทรงตัวในกรอบ Sideways แถวโซน 4.94%-4.98% โดยการทยอยปรับตัวลงของราคาพลังงานได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ บ้าง ทว่าบรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงคาดหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกราว 3 ครั้ง ของ Fed ภายในช่วงกลางปีหน้า โดยเฉพาะหลังรับรู้ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ล่าสุดในช่วงนี้ที่ต่างออกมาสนับสนุนแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของ Fed เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังไม่สามารถปรับตัวลดลงได้ชัดเจน แม้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนในระยะสั้น
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง หนุนโดยการทยอยอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นโดดเด่นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กอปรกับมุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ซึ่งออกมาย้ำจุดยืนสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อได้ช่วยหนุนเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงบ้าง ตามความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 100.4 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 100.1-100.5 จุด)
ทองคำ – ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้พอช่วยหนุนการรีบาวด์สูงขึ้นของราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) แม้ราคาทองคำจะถูกกดดันบ้าง ตามจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ส่งผลให้โดยรวมราคาทองคำแม้จะปรับตัวสูงขึ้นบ้าง แต่ยังถูกจำกัดไว้แถวโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ในช่วงระหว่างวันเงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ทั้งในส่วนของพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังเริ่มมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
รวมถึงผลการเจรจาสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (Trump-Xi Summit) ทว่าในช่วงระยะสั้นนี้อาจต้องระวังความผันผวนจากเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) เนื่องจากช่วงนี้ เป็นช่วงหยุดยาวของตลาดการเงินญี่ปุ่น ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมจะเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ เรามองว่าเงินบาทอาจพอได้อานิสงส์บ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินเอเชีย ที่อาจได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ซึ่งผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจต้องการทยอยเข้าซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวพอสมควร ในช่วงก่อนรับรู้ผลการเจรจา Trump-Xi Summit และช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่หลายตลาดหุ้นเอเชียทยอยปิดทำการในช่วงวันหยุด
ประเมินว่าเงินบาทยังคงมีโซนแนวต้านในช่วง 33.30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นแนวต้านแรก ส่วนแนวต้านถัดไปที่มีความสำคัญจะอยู่แถว 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง ที่ระดับ 33.10-33.35 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.22 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.29 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ขานรับการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลร่วงลงตามราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงกว่า 2% และเป็นปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 หลังมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พร้อมที่จะเจรจากับอิหร่าน และสหรัฐจะไม่ทำการโจมตีกลุ่มฮูตี
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนในสัปดาห์นี้ โดยการประชุมจะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ภาษีศุลกากร และแร่ธาตุสำคัญ รวมทั้งประเด็นทางเศรษฐกิจอื่น ๆ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.15 - 33.30 แนะนำ ซื้อ 33.15 / ขาย 33.30
- EUR/THB 37.90 - 38.40 แนะนำ ซื้อ 37.90 / ขาย 38.40
- JPY/THB 0.2090 - 0.2140 แนะนำ ซื้อ 0.2090 / ขาย 0.2140
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB