เงินบาทเปิด 33.45 บาท "อ่อนค่าลง" เจอแรงกดดัน ดอลลาร์แข็ง–น้ำมันพุ่ง
เงินบาท เจอแรงกดดันจากดอลลาร์แข็ง ราคาน้ำมัน Brent เหนือ 100 ดอลลาร์ และสัญญาณ Fed เดินหน้าคุมเงินเฟ้อ จับตา! "ทรัมป์–สี จิ้นผิง" ชี้ทิศทางตลาดเงิน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 33.24-33.47 บาทต่อดอลลาร์)
กดดันโดยความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หนุนให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น (ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
ขณะเดียวกัน ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ที่ย้ำจุดยืนพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างปรับเพิ่มโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฉพาะในการประชุม FOMC เดือนตุลาคม ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่เผชิญทั้งแรงกดดันจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว อย่าง บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.45 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.26 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า จากทิศทางของดอลลาร์สหรัฐที่กลับมาแข็งค่าขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐกลับมายืนเหนือ 100 พร้อมกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงมาซื้อขายต่ำกว่า 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ Bond Yield สหรัฐที่กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง
การย่อตัวของราคาทองคำและการแข็งค่าของดอลลาร์ พร้อมกับราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อและมีความต้องการเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้นำเข้าน้ำมันเพื่อชำระค่าสินค้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลาง สัญญาณถ้อยแถลงแบบเหยี่ยวของ Fed จากการที่Thomas Barkin ประธาน Fed สาขาริชมอนด์ ซึ่งมีสิทธิ์ออกเสียงในปี 2027 ได้แสดงจุดยืนแบบเหยี่ยวในสัปดาห์นี้ โดยโต้แย้งว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะควบคุมเงินเฟ้อ และภาวะตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่งควรจะช่วยหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภคต่อไป
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงนี้ คือการประชุมระดับโลกระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีและธุรกิจชั้นนำระดับโลกเข้าร่วม โดยต้องจับตาประเด็นการหารือผลกระทบด้านสงครามการค้า และแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.30 -33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.30 - 33.60 แนะนำ ทยอยซื้อ 33.30 ขาย 33.60
- EUR/THB 37.80 - 38.20 แนะนำ ทยอยซื้อ 37.80 ขาย 38.20
- JPY/THB 0.2090 - 0.2130 แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2090
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB