เปิดภาพเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุม IMF-World Bank 2026
กรมธนารักษ์ เปิดจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุม IMF-World Bank 2026 รวม 2 ประเภท เปิดให้แลกตั้งแต่ 9 ตุลาคมนี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เนื่องด้วยที่ประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569
กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว
และเพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเผยแพร่พระเกียรติคุณของทั้งสองพระองค์ให้แผ่ไพศาลทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างประเทศทั้งในส่วนของผู้เข้าร่วมประชุมและนักท่องเที่ยวทั่วไป
สำหรับการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 จัดทำขึ้น จำนวน 2 ประเภท ประกอบด้วย
1. เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 100 บาท ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 25 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 30,000 เหรียญ ราคาจำหน่ายเหรียญละ 700 บาท
2. เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา ชนิดราคา 100 บาท ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 25 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 200,000 เหรียญ ราคาจ่ายแลกเหรียญละ 100 บาท
ประเทศไทย ได้โอกาสจัดงานโอลิมปิกทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก เราอยากโชว์ศักยภาพเศรษฐกิจไทยและคนไทยให้โลกเห็น ขณะเดียวกันเหรียญที่ระลึกนี้จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่บันทึกประวัติศาสตร์ว่า ผู้นำเศรษฐกิจและการเงินโลกเดินทางมาประเทศไทย
“เอกนิติ” ชูเวทีนี้เป็นโอกาสโชว์ศักยภาพเศรษฐกิจไทยสู่สายตาโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการจัดงานระดับโลก แต่ไทยต้องการใช้เวทีดังกล่าวนำเสนอศักยภาพของประเทศ ทั้งวัฒนธรรม อาหารไทย ชุมชน และคนรุ่นใหม่ รวมถึงผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่ไทยต้องการสื่อสารกับนานาประเทศ โดยขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วกว่า 16,000 คน และคาดว่าจำนวนทั้งหมดอาจใกล้ 20,000 คน เมื่อรวมผู้เข้าร่วมจากภาคเอกชนและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
อีกประเด็นสำคัญคือ Bangkok Blueprint ซึ่งไทยเตรียมนำเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเงินสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงิน รวมถึงนำตัวอย่างการใช้งาน “เป๋าตัง” “ถุงเงิน” และ AI มานำเสนอ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมกับ IMF นำเสนอแนวทางทำให้ระบบการเงินดิจิทัลมีความปลอดภัยมากขึ้น
“สิ่งที่เราต้องการคือไม่ได้ให้การประชุมจบลงแค่ 7 วัน แต่ต้องนำสิ่งที่ได้จากการประชุมไปขับเคลื่อนต่อ ทั้ง Bangkok Blueprint และ Bangkok Dialogue เพื่อให้สิ่งที่ไทยนำเสนอสามารถนำไปใช้ต่อในเวทีเศรษฐกิจและการเงินโลกได้” นายเอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมหารือเรื่องการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจัดการน้ำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ AI Data Center โดยเฉพาะการกำหนด Minimum Standard สำหรับการลงทุน Data Center เพื่อให้คำนึงถึงทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของประเทศไทยควบคู่กันไป
ด้านนายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการออกแบบเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าวมีลวดลาย ดังนี้
ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงฉลองพระองค์ชุดสากล และพระรูปสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงสร้อยพระศอ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทย ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” และข้อความว่า “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์
ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ด้านขวาของรูปตราสัญลักษณ์มีเลขบอกราคาว่า “๑๐๐” และ “100” โดยมีเส้นคั่นระหว่างเลขบอกราคาดังกล่าว ด้านซ้ายของรูปตราสัญลักษณ์มีข้อความว่า “บาท” และ “BAHT” โดยมีเส้นคั่นระหว่างข้อความดังกล่าว ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า “ในโอกาสการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี ๒๕๖๙” เบื้องล่างมีข้อความว่า “ประเทศไทย” โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง
โดยสามารถแลกได้ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง
ส่วนกลาง
- กองบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7944
- หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2282 4109
- หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340
ส่วนภูมิภาค
- สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ
ช่องทางออนไลน์
- www.treasury.go.th (e-Commerce ระบบบริการจำหน่ายเหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ)
- แอปพลิเคชัน TRD e-Commerce สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS (App Store) และ Android (Play Store) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB