FED คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.0% สู้เงินเฟ้อที่ยังสูงเกินไป
FED คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.0% สู้เงินเฟ้อที่ยังสูงเกินไป แต่ก็ส่งสัญญาณขึ้นได้ถ้าจำเป็น
FED คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ยังไม่ปิดทางขึ้นดอกเบี้ยต่อ
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75%–4.00% สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบเดือนกันยายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยกรรมการ 2 ราย ได้แก่ Lisa Cook และ Beth Hammack ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย (Dissent) และต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ทันที เนื่องจากกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
เงินเฟ้อยังสูง FED พร้อมขึ้นดอกเบี้ยหากจำเป็น
ภายหลังการประชุม Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงเกินไป โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7% จากแรงกดดันด้านราคาพลังงาน ต้นทุนเทคโนโลยีและ AI รวมถึงการบริโภคที่ยังแข็งแกร่ง
การคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้จึงเป็นการรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ (Wait-and-See) มากกว่าจะเป็นการส่งสัญญาณยุติวงจรการขึ้นดอกเบี้ย โดย FED ยังคงเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน Warsh ยืนยันว่า การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้การประชุมจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ พร้อมประกาศแผนปรับลดจำนวนการประชุมนโยบายการเงินจากปีละ 8 ครั้ง เหลือ 6 ครั้งในอนาคต เพื่อเปิดโอกาสให้คณะกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงลึกและประเมินแนวโน้มระยะยาวได้มากขึ้น
Bond Yield พุ่ง ตลาดจับตาดอกเบี้ยเดือนธันวาคม
ท่าทีของ FED ที่ยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 5.05%
ขณะที่เครื่องมือ CME FedWatch สะท้อนว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 80% ต่อโอกาสที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีช่วงเดือนธันวาคม
แม้ผลการประชุมครั้งนี้จะสะท้อนท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน (Hawkish Tone) แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีความผันผวนและสามารถยืนในแดนบวกได้จนถึงช่วงปิดตลาด เนื่องจากผลการประชุมโดยรวมเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ดังนั้น ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ FED ในระยะถัดไปยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะสัญญาณก่อนการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB