หุ้นไทย (9 พ.ย.63) ปิดช่วงบ่ายเพิ่มขึ้น 25.80 จุด ตลาดหลักทรัพย์ เผย หุ้นไทยดีด 5% ขานรับโจ ไบเดน
หุ้นไทย (9 พ.ย.63) ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,285.88 จุด เพิ่มขึ้น 25.80 จุด (+2.05%) มูลค่าการซื้อขายราว 77,886.02 ล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ เผย หุ้นไทยดีด 5% ขานรับนโยบาย โจ ไบเดน Globalization มากขึ้น
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผย หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐมีความชัดเจน ตลาดหุ้นทั่วโลกต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นไปกว่า 5% แล้ว เนื่องจากนโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ค่อนข้างเปิด Globalization มากขึ้น และท่าทีเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนจะอ่อนโยนมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการค้าขายของโลก
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็ต้องจับตาดูต่อในเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่ถือว่ามีขนาดใหญ่, นโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทน ซึ่งน่าจะส่งผลดีกับหุ้นกลุ่มพลังงานบ้านเรา และการให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพ ทำให้อาจเห็นการออกมาตรการที่คล้ายกับโอบามาแคร์
นายศรพล กล่าวว่า เรื่องของพลังงานทดแทน, สุขภาพ, การค้าระหว่างประเทศ ก็น่าจะช่วยให้ตลาดหุ้นไทยและทั่วโลกมีความน่าสนใจ และความเสี่ยงน้อยลง
ส่วนทิศทางเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอดูว่าถึงจุด Stable แล้วหรือไม่ จากที่ผ่านมาต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยออกไปแล้วราว 3 แสนล้านบาท และเงินจะไหลกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้หรือไม่ มองว่าต้องติดตามดูเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และวัคซีนโควิด-19 จะออกมาได้จริงหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยให้นักลงทุนตัดสินใจ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยก็น่าจะสามารถ jump start ได้เร็วหากโควิด-19 จบ
การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า โดยทำระดับสูงสุดที่ 1,293.90 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,277.52 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นแรงเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวในแดนบวกกัน ตอบรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่นายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ทำให้มีความคาดหวังในนโยบายของ"ไบเดน"ที่นโยบายต่าง ๆ ไม่แข็งกร้าว และคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐจะออกมา อีกทั้งสงครามการค้าก็อ่อนลงด้วย
อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเรามองว่าแรงซื้อน่าจะมาจากนักลงทุนสถาบันมากว่าต่างชาติ เพราะเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า อย่างท่องเที่ยวก็ยังไม่เห็นการฟื้นตัว อีกทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาก็ฟื้นตัวเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการเป็นหลักต่อไป และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯเริ่มมี upside จำกัดแล้ว โดยเมื่อดัชนีฯขึ้นทดสอบใกล้บริเวณแนวต้าน 1,300 จุด ก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรออกมา ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,270-1,280 จุด
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกราว 0.5 ถึงเกือบ 2% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเช้านี้ก็บวกกว่า 300 จุด แม้แต่ราคาน้ำมันฟิวเจอร์สก็บวก แม้ตลาดสหรัฐฯจะมีการปรับฐานก็ตาม หลังจากที่มีความชัดเจนแล้วว่านายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แม้ว่าจะต้องรอเวลาอีกระยะในการเคลียร์เรื่องต่าง ๆ ก็ตาม
ทั้งนี้คาดหวังเม็ดเงินจะไหลเข้ามาในเอเชีย โดยเฉพาะ Emerging Market เนื่องจากนโยบายของนายโจ ไบเดน จะมีการปรับขึ้นภาษีทำให้มองว่าจะมีเม็ดเงินไหลออกมา ซึ่งตลาดบ้านเราก็อาจได้รับผลบวกไปด้วย
ส่วนบ้านเราการชุมนุมทางการเมืองในประเทศก็ยังไม่ได้มีความรุนแรงอะไร คนจึงยังไม่ให้ความสำคัญมาก แต่จะต้องจับตาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศหลังจากที่มีผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 รายเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ 290 ราย ซึ่งจะต้องติดตามจะติดเชื้อด้วยหรือไม่ อีกทั้งเงินบาทยังคงแข็งค่า และนักลงทุนต่างชาติเริ่มขายน้อยลง
พร้อมกันนี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 3/63 และติดตามการปรับน้ำหนักลงทุนของ MSCI ในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวรับ 1,251 จุด ส่วนแนวต้าน 1,275-1,280 จุด
ราคาทองคำวันนี้ ( 9 พ.ย.) เปิดตลาด ปรับขึ้น 50 บาท
หุ้นไทย (9 พ.ย.63) เปิดการซื้อขายที่ดัชนี 1,283.11 จุด เพิ่มขึ้น 23.03 จุด (+1.83%) มูลค่า 4,624.11 ล้านบาท (เวลา 10.01 น.) ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB