หุ้นไทย (7 ม.ค.2564) ปิดการซื้อขาย เพิ่มขึ้น 21.42 จุด
หุ้นไทย (7 ม.ค.2564) ปิดการซื้อขาย ที่ระดับ 1,513.78 จุด เพิ่มขึ้น21.42 จุด (+1.44%) มูลค่าการซื้อขายราว 121,326.10 ล้านบาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกตามดาวโจนส์ โดยมีการมองข้ามเรื่องการปรับขึ้นภาษีฯในสหรัฐฯที่อาจไม่เกิดขึ้นเร็ว และภาพการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯทำให้มองว่าน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาก่อนมากกว่า
พุ่งไม่หยุด! ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 305 รายเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย
ซึ่งจะส่งผลดีทำให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ อันเป็นผลให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ก็ได้ขยับขึ้นไปด้วย ซึ่งหุ้นในกลุ่มแบงก์จะได้รับผลดีจาก Bond Yield ขยับขึ้น ส่วนหุ้นในกลุ่มประกัน และกลุ่มพลังงานจะได้รับผลดีจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ดังนั้นตลาดสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมาจึงได้เห็นการขยับขึ้นของกลุ่มการเงิน, แบงก์ และพลังงานในตลาดสหรัฐฯ เช่นเดียวกับบ้านเราที่เช้านี้ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มแบงก์ และพลังงานที่ปรับขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นรอบนี้จะต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากหุ้นที่ได้พักฐานไปยังไม่มีกลุ่มไหนดูดีขึ้น ซึ่งหากรอบนี้ยังไม่มีกลุ่มอื่นปรับขึ้นตามก็อาจทำให้ตลาดผันผวน อีกทั้งให้ระวังแรงขายทำกำไรด้วย เพราะ Fund Flow ช่วงสั้นเริ่มชะลอ พร้อมมองกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรยังน่าสนใจ อย่างพวกน้ำตาล, ถั่วเหลือง เป็นต้น และกลุ่มพลังงานทดแทนอย่าง SUPER, ACE เป็นต้น รวมถึงกลุ่มประกันก็น่าสนใจลงทุน จากการมองผลประกอบการน่าจะดี และได้รับผลบวก Bond Yield ที่ขยับขึ้น รวมถึงช่วงนี้สามารถขายประกันสุขภาพได้ดีด้วยท่ามกลางโควิดระบาด อีกทั้งการล็อกดาวน์บางพื้นที่ทำให้การเคลมประกันลดลงไปด้วย
ทั้งนี้ ให้รอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะประชุมกันในวันที่ 26-27 ม.ค. และติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกิจพณ กล่าวว่า ตลาดฯยังน่าจะเคลื่อนไหวในแดนบวกได้อยู่ โดยมีกรอบการแกว่งที่ 1,480-1,520 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,590.16 ล้านบาท ปิดที่ 122.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท
KTC มูลค่าการซื้อขาย 2,898.13 ล้านบาท ปิดที่ 77.50 บาท เพิ่มขึ้น 11.25 บาท
TMB มูลค่าการซื้อขาย 2,604.29 ล้านบาท ปิดที่ 1.23 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,486.15 ล้านบาท ปิดที่ 82.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,357.07 ล้านบาท ปิดที่ 61.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
หุ้นไทย (7 ม.ค.2564) เพิ่มขึ้น 20.19 จุด ดัชนีหุ้นไทย 1,512.55 จุด เพิ่มขึ้น 20.19 จุด (+1.35%) มูลค่า 6,350.55 ล้านบาท (เวลา 10.02 น.)
นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ทั้งในแดนบวก-ลบ หลังจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาตลาดฯปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังเพิ่มขึ้นอยู่มาก และนักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยขายออกมาด้วย ทำให้ Sentiment ตลาดบ้านเราอาจไม่ดีเท่าตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวกตามดาวโจนส์ ขานรับข่าวสำนักงานยาแห่งยุโรป (EMA) และคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ ใน EU ซึ่งเพิ่มความหวังว่ายุโรปจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้
ราคาทองวันนี้ – 7 ม.ค. 64 ปรับราคา 6 ครั้ง
นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ซึ่งจะปูทางสำหรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งอาจจะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง และมีโอกาสไหลเข้ามาในภูมิภาคอื่นนอกสหรัฐฯ
พร้อมให้แนวรับ 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500-1,520 จุด
10 ประเด็นชาวโซเชียลพูดถึงมากที่สุดช่วงโควิด-19 ระลอกใหม่
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (6 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,829.40 จุด พุ่งขึ้น 437.8 จุด (+1.44%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,748.14 จุด เพิ่มขึ้น 21.28 จุด (+0.57%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,740.79 จุด ลดลง 78.17 จุด (-0.61%)
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.พ. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (6 ม.ค.) ปิดที่ 50.63 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 70 เซนต์ หรือ 1.4%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 ม.ค.) อยู่ที่ 1.24 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 29.89/91 ตลาดจับตาผลเลือกตั้งทางการส.ว.รัฐจอร์เจีย ให้กรอบ 29.85-29.95
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB