หุ้นไทยวันนี้ (15 ม.ค.64) ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,519.13 จุด ลดลง 16.85 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (15 ม.ค.64) ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,519.13 จุด ลดลง 16.85 จุด (-1.10%) มูลค่าการซื้อขายราว 101,413.90 ล้านบาท แรงขายหุ้นใหญ่ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ทั้ง PTT และ GPSC รวมถึงมีแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ และหุ้น DELTA ออกมาต่อเนื่องจากช่วงเช้า
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวนในแดนลบ คล้ายตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ แต่จะอิงลบมากกว่า ส่วนตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้อยู่ในแดนลบราว 0.5% เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ติดลบราว 100 จุด หลังจากที่นายโจ ไบเดน ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดมองไว้ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ขึ้นไป ทำให้ไม่ได้ Surprise ตลาดมากนัก
แต่ก็มีปัจจัยบวกจากเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งหากผ่านได้ก็ทำให้การใช้จ่ายในส่วนของรากหญ้าเพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อก็จะสูงขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวขึ้นได้ แต่ตลาดสหรัฐฯแผ่วในช่วงสั้นเนื่องจากตลาดสหรัฐฯได้เล่นเก็งขึ้นมามากในระดับหนึ่งแล้ว
ส่วนตลาดบ้านเราจะเห็นได้ว่าหุ้น DELTA เริ่มลดความร้อนแรงลงไปเรื่อย ๆ และมีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนสถาบันจะปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อเตรียมเงินไปซื้อหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ซึ่งคาดว่าสถาบันจะใช้เงินลงทุนใน OR ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่าสถาบันมีเงินสดสำรองไว้ส่วนหนึ่งแล้ว
แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,500 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550 จุด
พร้อมให้ติดตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า และติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ รวมถึงติดตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 ของจีนที่จะออกมาในวันที่ 18 ม.ค.นี้
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 5,455.83 ล้านบาท ปิดที่ 43.25 บาท ลดลง 0.75 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 3,410.03 ล้านบาท ปิดที่ 62.25 บาท ลดลง 2.75 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 3,096.08 ล้านบาท ปิดที่ 81.50 บาท ลดลง 2.50 บาท
TASCO มูลค่าการซื้อขาย 2,699.55 ล้านบาท ปิดที่ 20.40 บาท ลดลง 0.70 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,667.10 ล้านบาท ปิดที่ 59.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
หุ้นไทยวันนี้ (15 ม.ค.64) ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,519.91 จุด ลดลง 16.07 จุด (-1.05%) มูลค่าการซื้อขายราว 50,181.25 ล้านบาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้พักตัวในระยะสั้นหลังจากที่ Valuation ตลาดตึงตัว แต่หลัก ๆ มาจากหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลง นำโดยหุ้น DELTA มีผลต่อดัชนีฯค่อนข้างมาก และยังรับแรงกดดันจากกองทุนที่อาจปรับพอร์ตลงทุนเตรียมเงินไว้ซื้อหุ้น OR ด้วย เห็นได้จากสถาบันขายต่อเนื่องหลายวันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี หากดัชนีฯยังไม่หลุดแนวรับระยะสั้น 1,520-1,525 จุด ก็ยังมีลุ้นรีบาวด์ได้ แต่ถ้าหลุดก็จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,500-1,480 จุด
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ แม้ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐจะประกาศเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว แต่ตลาดก็ไม่ตอบรับเท่าไรนัก เนื่องจากได้รับรู้ไปมากแล้ว
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway Down โดยมีแนวรับ 1,500-1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1.550 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,302.78 ล้านบาท ปิดที่ 43.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
TASCO มูลค่าการซื้อขาย 2,187.32 ล้านบาท ปิดที่ 20.30 บาท ลดลง 0.80 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,094.85 ล้านบาท ปิดที่ 62.25 บาท ลดลง 2.75 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,052.70 ล้านบาท ปิดที่ 81.75 บาท ลดลง 2.25 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,759.07 ล้านบาท ปิดที่ 59.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
ราคาทองวันนี้ – 15 ม.ค. 64 ปรับราคา 6 ครั้ง
อาชีพอิสระ ขอรัฐพิจารณาเพิ่มเงินเยียวยา
ตลาดหุ้นเปิดทำการซื้อขายเช้าวันนี้ ปรับเพิ่มขึ้น 2.84 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะแก่วงตัวทิศทางขาลงจากความกังวลการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ในการเยียวยาผลกระทบโควิ -19
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ อิงแดนลบ จากความกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐที่สูงขึ้น และการเปิดให้จองซื้อหุ้นเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ ทำให้มีการดึงสภาพคล่องตลาดออกไปบางส่วน
แม้ว่านายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ แต่การใช้จ่ายทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และทำให้ Bond Yield สูงขึ้นด้วย ซึ่งตลาดให้น้ำหนักตรงนี้ทำให้ดาวโจนส์ติดลบเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะมีข่าวดีแต่ตลาดทั่วโลกก็มี Valuation ที่ตึงตัว
ส่วนตลาดบ้านเราก็ถือว่าแพง มองจาก Forward P/E ปีนี้ที่ 20 เท่า และปี 2565 ที่ 17 เท่า อีกทั้งหุ้น DELTA เริ่มผันผวนซึ่งก็จะกดดดันตลาดด้วย โดยวานนี้หุ้น DELTA กระทบดัชนีฯราว 7 จุด พร้อมให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมถึงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ คละกัน พร้อมให้แนวรับ 1,530-1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545-1,550 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (14 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,991.52 จุด ลดลง 68.95 จุด (-0.22%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,795.54 จุด ลดลง 14.30 จุด (-0.38%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,112.64 จุด ลดลง 16.31 จุด (-0.12%)
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.พ. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (14 ม.ค.) ปิดที่ 53.57 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 1.3%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 ม.ค.) อยู่ที่ 1.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 29.96 หลังสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กรอบวันนี้ 29.95-30.05
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB