หุ้นไทย (22 ม.ค.64) ช่วงบ่าย หลุด 1,500 จุด ปิดระดับ 1,497.88 จุด ลดลง 15.63 จุด
ตลาดหุ้นครึ่งบ่าย ปิดระดับ 1,497.88 จุด ลดลง 15.63 จุด (-1.03%) มูลค่าการซื้อขาย 96,698.65 ล้านบาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงจนหลุดแนว 1,500 จุด โดย Sentiment จากนอกประเทศเป็นลบ จากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ติดลบ เหมือนกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส ภายหลังจากที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซนออกมาต่ำกว่าที่คาด และเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็เริ่มแข็งค่าขึ้น
ส่วนตลาดบ้านเรา Valuation ตึงตัวหลังจากที่ได้ตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา นอกจากนี้ หุ้น DELTA, PTT, KTC, AOT ต่างปรับตัวลงก็มีความเป็นไปได้ที่อาจรับผลจากเกณฑ์ฟรีโฟลตใหม่ที่ตลาดฯเตรียมจะนำมาใช้
อย่างไรก็ดี สัปดาห์หน้าให้จับตาการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Real Sector ไม่ว่าจะเป็น SCC, PTTEP, DTAC เป็นต้น และติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสที่จะพักตัว พร้อมให้แนวรับ 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,505-1,510 ถัดไป 1,530 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,899.13 ล้านบาท ปิดที่ 129.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 4,771.88 ล้านบาท ปิดที่ 122.00 บาท ลดลง 5.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,201.17 ล้านบาท ปิดที่ 39.50 บาท ลดลง 1.25 บาท
STGT มูลค่าการซื้อขาย 3,405.18 ล้านบาท ปิดที่ 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,074.97 ล้านบาท ปิดที่ 94.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
ตลาดหุ้นครึ่งเช้าลดลง 9จุด เป็นไปตลาดหุ้นภูมิภาค เหตุกังวลความขัดแย้ง จีน-สหรัฐ เพิ่มขึ้นหลัง "โจ ไบเดน" รับตำแหน่ง ปธน.คนใหม่ ขณะที่ยังถูกกดดันจากผลประกอบการแบงก์ออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดเปิดตลาดช่วงบ่ายดัชนีมีทิศทางขาลง รวมถึงจับตา เฟด ประชุมสัปดาห์ จะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้พักตัว เนื่องจาก Sentiment นอกประเทศไม่ดี โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบ เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ติดลบ ซึ่งมองเป็นการพักตัวหลังมีข่าวที่จีนได้มีการตอบโต้สหรัฐฯด้วยการขึ้นบัญชีดำกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐบางราย
ส่วนบ้านเราผลประกอบการกลุ่มแบงก์ออกมาส่วนใหญ่จะทรงตัวถึงแย่กว่าคาด ทำให้ไม่ได้ไปช่วยพยุงตลาด นอกจากนี้ เกณฑ์ฟรีโฟลตใหม่ของตลาดฯที่คาดว่าจะนำออกมาใช้ และการเปิดจองหุ้น OR ก็ได้ทำให้ตลาดผันผวน แต่ทั้งนี้ตัวเลขส่งออกของไทยที่ประกาศออกมาวันนี้ถือว่าดีกว่าคาด
อย่างไรก็ดีให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป และสัปดาห์หน้าให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวในแดนลบในลักษณะซึมตัว พร้อมให้แนวรับ 1,490 จุด ส่วนแนวต้าน 1,510 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,683.08 ล้านบาท ปิดที่ 128.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 3,071.29 ล้านบาท ปิดที่ 122.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,979.00 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท ลดลง 0.75 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,587.98 ล้านบาท ปิดที่ 95.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
TISCO มูลค่าการซื้อขาย 1,333.95 ล้านบาท ปิดที่ 98.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบจำกัด เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ขณะเดียวกันต่างก็รอดูการทำงานของนายโจ ไบเดน หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว ซึ่งก็ยังมีความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ราคาทองวันนี้ – 22 ม.ค. 64 เปิดตลาด ร่วง 50 บาท
“ไบเดน”เซ็นคำสั่งยกระดับสู้โควิด-19
ส่วนบ้านเราผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ออกมาแย่กว่าที่คาด แต่ก็มองเป็นจุดต่ำที่ทำให้มีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นได้ในปีนี้ และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศก็ถือว่าดีขึ้น ทำให้นำไปสู่การผ่อนคลายการคุมเข้มการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อย น่าจะมาจากแรงขายทำกำไรหลังวานนี้ปรับขึ้นไปมาก พร้อมให้ติดตามตัวเลขการส่งออกเดือนธ.ค.63 ของไทยในวันนี้ และติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการของทั่วโลกที่จะทยอยออกมา
พร้อมให้แนวรับ 1,510-1,500 จุด ส่วนแนวต้าน 1,530 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเร่งออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน หลังจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,176.01 จุด ลดลง 12.37 จุด หรือ -0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,853.07 จุด เพิ่มขึ้น 1.22 จุด หรือ +0.03% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,530.91 จุด เพิ่มขึ้น 73.67 จุด หรือ +0.55%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) หลังจากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าสต็อกน้ำมันลดลง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 18 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 53.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 2 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 56.10 ดอลลาร์/บาร์เรล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB