หุ้นไทย (27 ม.ค.) ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,498.13 จุด ลดลง 14.70 จุด IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจอาเซียนรวมไทย
หุ้นไทย (27 ม.ค.)ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,498.13 จุด ลดลง 14.70 จุด (-0.97%) มูลค่าการซื้อขาย 78,817.59 ล้านบาท IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจอาเซียนรวมไทย พร้อมแนวโน้มลงทุนพรุ่งนี้ (28 ม.ค.64)
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับฐานในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียน รวมถึงไทยด้วย ทำให้มีการปรับมุมมองตลาดภูมิภาคกันใหม่ โดยเฉพาะตลาดในกลุ่ม TIP
นอกจากนี้ ตลาดฯต่างรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไรบ้าง ท่ามกลางเงินเฟ้อ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ขยับขึ้นมาบ้าง อีกทั้งให้จับตาทิศทาง Dollar Index ถ้าแข็งก็อาจสะท้อนเงินทุนไหลออก
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.) นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ พร้อมให้แนวรับ 1,480-1,470 จุด ส่วนแนวต้าน 1,520 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
EA มูลค่าการซื้อขาย 4,807.04 ล้านบาท ปิดที่ 68.25 บาท ลดลง 0.50 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,634.45 ล้านบาท ปิดที่ 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,596.97 ล้านบาท ปิดที่ 125.50 บาท ลดลง 2.00 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,577.76 ล้านบาท ปิดที่ 81.50 บาท ลดลง 2.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,119.77 ล้านบาท ปิดที่ 39.25 บาท ลดลง 0.05 บาท
สถานการณ์หุ้นครึ่งเช้า
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งแคบทั้งในแดนบวก-ลบ หลังจากตอบรับปัจจัยบวกไปมาแล้ว ขณะที่หุ้น DELTA ยังมีผลต่อตลาด โดยเช้านี้ DELTA ปรับตัวลงหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯต่ออายุการใช้เกณฑ์ Cash Balance ทำให้มีผลต่อดัชนีฯด้วย
อย่างไรก็ดี ดัชนีฯพยายามยืนเหนือระดับ 1,500 จุด ซึ่งก็มีการเวียนกลุ่มเล่นอยู่ ท่ามกลางไม่มีปัจัยใหม่เข้ามา และจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ต้องจับตาดูการควบคุมการแพร่ระบาดจะทำได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน
ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ให้จับตามุมมองของเฟดว่าจะออกมาอย่างไร เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้บ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่จะเร่งตัวขึ้น แต่เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบมากนัก นอกจากนี้ ให้ติดตามการประกาศผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ ส่วนบ้านเราก็ให้ติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป โดยเฉพาะ SCC, PTTEP เป็นต้น
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวในกรอบจำกัดในช่วงรอผลประชุมเฟด พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,500-1,525 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
EA มูลค่าการซื้อขาย 3,077.25 ล้านบาท ปิดที่ 68.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,749.85 ล้านบาท ปิดที่ 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,557.53 ล้านบาท ปิดที่ 82.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,312.65 ล้านบาท ปิดที่ 127.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
STGT มูลค่าการซื้อขาย 1,298.17 ล้านบาท ปิดที่ 42.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก ตอบรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าปี 63 เศรษฐกิจโลกหดตัว 3.5% ซึ่งดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนต.ค.ปีที่แล้วที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกหดตัว 4.4% และปี 64 คาดว่าเศรษฐกิจโลกเติบโต 5.5% สูงกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 5.2% และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.2% ในปี 65 ซึ่งมีโมเมนตัมเป็นบวก
ราคาทองวันนี้ – 27 ม.ค. 64 ปรับราคา 3 ครั้ง
วิธีลงทะเบียน เราชนะ รับเงิน 7,000 บาท ผ่าน www.เราชนะ.com ตรวจสอบสิทธิ ใช้แอปฯเป๋าตัง
นอกจากนี้ ยังคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะออกมาในคืนนี้ด้วย รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯก็มีผลเป็นบวกส่วนใหญ่ทำให้เป็นแรงหนุนต่อราคาหุ้น
ส่วนบ้านเราวันนี้คาดว่า DELTA จะอ่อนตัวลงหลังจากที่มีการขยายเวลาการใช้เกณฑ์ Cash Balance ต่อไปอีก ซึ่งเมื่อวานนี้ DELTA ขึ้นมา 50 บาท ก็มีผลต่อดัชนีฯ 5 จุด โดย DELTA มีผลต่อตลาดมาก พร้อมกันนี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยติดตามงบฯของ SCC ที่จะออกมาเร็ว ๆ นี้ และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งจับตาทางการจะออกมาตรการผ่อนคลายการคุมเข้มอย่างไร หากออกมาก็จะเป็นผลบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวขึ้นได้ และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในต้นเดือนหน้า ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากอัตราดอกเบี้ยไม่ขึ้นก็จะเป็นผลบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ให้ขยับขึ้นได้
อย่างไรก็ดี ตลาดฯก็มีปัจจัยลบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ที่อาจจะล่าช้า และอาจจะถูกลดวงเงินด้วย และยังมีความเป็นห่วงการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกา และอังกฤษ จนทำให้สหรัฐเริ่มอยากจะปิดประเทศเพื่อป้องกันการระบาด ส่วนยุโรปก็ล็อกดาวน์กันอยู่ แต่เชื่อว่าคงจะไม่กระทบเศรษฐกิจมาก
พร้อมให้แนวรับ 1,502-1,495 จุด ส่วนแนวต้าน 1,522-1,530 จุด
กลยุทธ์การลงทุนจากไทยพาณิชย์
มอง SET ในภาพรวมยังอยู่ในช่วงพักฐาน ขณะที่ในระยะสั้นช่วงนี้ จะเข้าสู่รอบการรีบาวด์อีกครั้ง โดยวันนี้มีแนวต้านที่ 1518 และ 1526 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับระยะสั้นที่คาดเป็นจุดรองรับได้อยู่ที่ 1500-1505 จุด ประเด็นสำคัญ คืนนี้ติดตามผลประชุมเฟด โดยคาดยังคงดอกเบี้ย และวงเงินซื้อพันธบัตรตามเดิม กลยุทธ์ เรายังไม่ bullish ตลาด ดังนั้น พอร์ตหลักให้รอคำแนะนำเข้าซื้อก่อน ส่วนช่วงนี้ให้ซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นที่แนวโน้มกำไรดี หรือมีปัจจัยเด่นเฉพาะตัว
ล็อคเป้าลงทุน
- คาด SET รีบาวด์ช่วงสั้น แต่ภาพรวมยังอยู่ในช่วงพักฐาน พอร์ตหลักให้รอสัญญาณเข้าซื้อ ระยะสั้น selective buy เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง
- เก็งกำไรใน 3 theme 1) Global Policy Play 2) Domestic และ Reopen ในประเทศ เน้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มการแพทย์ 3) 4Q63 Earnings Play
- แนะนำ SPALI (ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท) ได้ประโยชน์จากทั้งมาตรการลดภาษีที่ดินฯ และลดค่าธรรมเนียมการโอนฯ และแนะนำ TNP (ราคาเป้าหมาย 4.70 บาท) ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายทั้งโครงการคนละครึ่ง และเราชนะ
สถานการณ์อื่น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (26 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,937.04 จุด ลดลง 22.96 จุด (-0.07%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,849.62 จุด ลดลง 5.74 จุด (-0.15%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,626.06 จุด ลดลง 9.93 จุด (-0.07%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 119.16 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 165.32 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 1.88 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (26 ม.ค.) ปิดที่ 52.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.3%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 ม.ค.) อยู่ที่ 1.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 29.96 แข็งค่าจากวานนี้ หลังดอลล์อ่อนก่อนรู้ผลประชุมเฟด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB