หุ้นไทย (28 ม.ค.) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,468.51 จุด ร่วงไป -29.62 จุด
หุ้นไทย (28 ม.ค.) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,468.51 จุด ร่วงไป -29.62 จุด (-1.98%) มูลค่าการซื้อขาย 92,614.64 ล้านบาท
หุ้นไทย (28 ม.ค.) ซื้อขายที่ระดับ 1,483.27 จุด ร่วงไป -14.86 จุด (-0.99%) มูลค่าการซื้อขาย 48,570 ล้านบาท พร้อมแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบถ้วนหน้า เช่นเดียวกับดาวโจนส์ที่ติดลบ 2% เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมองว่า Valuation ตึงตัวหลังขึ้นไปตลอดในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งทางรัฐบาลเยอรมนีปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 64 ทำให้วิตกกันว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งระยะยาวจะไม่ดีต่อสถาบันการเงิน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินต่างปรับตัวลง
แอปเปิ้ลทำรายได้แตะ "แสนล้านดอลลาร์" ในไตรมาสเดียวเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ ดัชนีฯได้หลุดแนวรับ 1,492 จุด ซึ่งเป็น Low ในรอบเกือบ 1 เดือน ทำให้เห็นว่าตลาดฯอยู่ในช่วงปรับฐานระยะสั้นหลังจากปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี มองว่าตลาดบ้านเราคงจะไม่ปรับตัวลงไปมาก เช้านี้หุ้นขนาดใหญ่ต่างถูกขายในลักษณะกระจายไปทั้งกระดาน โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ทั้งกลุ่มพลังงานและแบงก์ต่างปรับตัวลง
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯคงจะเคลื่อนไหวในแดนลบในลักษณะของการสร้างฐาน โดยมีแนวต้าน 1,492 จุด ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,470 จุด มองแนวรับเป็นจุดเข้าซื้อและมีโอกาสเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
EA มูลค่าการซื้อขาย 3,456.63 ล้านบาท ปิดที่ 64.50 บาท ลดลง 3.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,815.10 ล้านบาท ปิดที่ 123.00 บาท ลดลง 2.50 บาท
SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 1,704.80 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท ลดลง 3.00 บาท
SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,690.56 ล้านบาท ปิดที่ 384.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,640.33 ล้านบาท ปิดที่ 79.25 บาท ลดลง
หุ้นไทย (28 ม.ค.) ซื้อขายที่ระดับ 1,481.82 จุด ร่วงไป -16.31 จุด (-1.09%) มูลค่าการซื้อขาย 3,789.09 ล้านบาท หลังเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสผันผวนลักษณะปรับฐานในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลงค่อนข้างแรง จากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และในบางประเทศเริ่มมีการควบคุมสภาพคล่องทางการเงิน โดยเฉพาะจีนที่เริ่มหันมาดูแลแล้ว
ราคาทองวันนี้ –28 ม.ค. 64 ปรับราคา 2 ครั้ง
อียูเปิดศึกชิงวัคซีนโควิดจากอังกฤษ
คนละครึ่ง "รีบยืนยันตัวตน" ภายใน 27 ม.ค. จะถูกนำชื่อไปพิจารณา "เราชนะ" ทันที
ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯคงดำเนินนโยบายเช่นเดิม โดยมองทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐในวันข้างหน้ายังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เป็นปัจจัยบวก ส่วนบ้านเราก็ให้ติดตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์
พร้อมให้แนวรับ 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,508 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ มองว่า หาก set ต่ำกว่า 1492 จุด เป็นสัญญาณลบต่อการพักฐานลงต่อ กรอบบนถูกจำกัดที่ 1505-1515 จุด
กลยุทธ์การลงทุน:
SET จะได้รับ Sentiment เชิงลบจากตลาดหุ้นต่างประเทศ และปัจจัยลบจากผิดหวังเฟดที่ไม่มีมาตรการเพิ่มเติม แต่กลับมีความกังวลต่อเศรษฐกิจ รวมถึงดอลลาร์ที่แข็งค่า กระตุ้น fund flow ไหลออก ด้านแนวโน้ม SET มีแนวรับที่ 1492 จุด หากต่ำกว่า จะแสดงถึงสัญญาณพักฐานลงต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1484 จุด
ส่วนกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1505-1515 จุด กลยุทธ์ เรายังไม่ bullish ตลาด ดังนั้น พอร์ตหลักให้รอคำแนะนำเข้าซื้อก่อน ส่วนช่วงนี้ให้ซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นที่แนวโน้มกำไรดี หรือมีปัจจัยเด่นเฉพาะตัว
ล็อคเป้าลงทุน : มองว่า SET หากต่ำกว่า 1492 จุด จะพักฐานลงต่อ กรอบบนจำกัดที่ 1505-1515 จุด ระยะสั้น selective buy เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง
เก็งกำไรใน 3 theme 1) Global Policy Play (EA KCE HANA) 2) Domestic และ Reopen ในประเทศ (CPALL CPN BJC BDMS BCH RJH) 3) 4Q63 Earnings Play (IP IIG WICE SPALI CPF TU TNP)
แนะนำ CPN (ราคาเป้าหมาย consensus 61.00 บาท) ได้ประโยชน์จากการคลายล็อคมาตรการเข้มงวด และเก็งกำไร BTS (ราคาเป้าหมาย 13.60 บาท)
ขณะที่ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) ทำสถิติดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ประกาศมาตรการใหม่ๆในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้เฟดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นโบอิ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,303.17 จุด ร่วงลง 633.87 จุด หรือ -2.05% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,750.77 จุด ลดลง 98.85 จุด หรือ -2.57% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,270.60 จุด ร่วงลง 355.47 จุด หรือ -2.61%
นอกจากนั้น เฟด ยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมระบุว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงินรวม 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน
ส่งผลให้ นักลงทุนผิดหวังที่เฟดไม่ได้ประกาศมาตรการใหม่ๆในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงวงเงินในโครงการเข้าซื้อพันธบัตร แม้ว่าเฟดได้แสดงความกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วสหรัฐและทั่วโลก อีกทั้งทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงานชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฟดยังระบุด้วยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และพัฒนาการของวัคซีนต้านโควิด-19
ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 38.67 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 465.94 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 382.68 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (27 ม.ค.) ปิดที่ 52.85 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ หรือ 0.5% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (27 ม.ค.) อยู่ที่ 1.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.02 อ่อนค่าตามภูมิภาคจากดอลล์แข็ง หลังเฟดส่งสัญญาณกังวลเศรษฐกิจ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB