หุ้นไทย (3 ก.พ.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,481.75 จุด ลดลง -4.50 จุด
หุ้นไทย (3 ก.พ.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,481.75 จุด ลดลง -4.50 จุด (-0.30%) มูลค่าการซื้อขายราว 79,484.76 ล้านบาท ผิดหวังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่ได้ปรับลดดอกเบี้ย
นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้อ่อนตัวลงจากช่วงเช้า คาดว่าจะผิดหวังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่ได้ปรับลดดอกเบี้ยกองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) หรือเงินนำส่งสถาบันประกันเงินฝาก เพื่อกดดอกเบี้ยในตลาดลง ตามที่มีบางฝ่ายคาดการณ์
และยังมองว่าผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รอบนี้ไม่หนักเท่ารอบแรก สอดคล้องกับที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ก็ไม่ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลง แสดงให้เห็นว่าเอกชนมองผลกระทบโควิด-19 รอบนี้ไม่มากเช่นกัน ดังนั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอาจจะไม่มีความจำเป็น จึงมีแรงขายทำกำไรออกมาในช่วงบ่ายนี้
การอ่อนตัวของตลาดหุ้นไทยจึงสวนทางตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่บวก เป็นไปตามผลประกอบการของแต่ละตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตัว เช่นเดียวกับตลาดในยุโรป และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ปรับตัวขึ้น หลังตลาดสหรัฐฯมีความผันผวนจากน้อยลง
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของ กนง.และภาคเอกชน จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค.น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นได้หากไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบเพิ่มเติม แต่ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) นายศราวุธ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะยังเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,475-1,500 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,064.22 ล้านบาท ปิดที่ 133.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,993.11 ล้านบาท ปิดที่ 38.25 บาท ลดลง 0.50 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,113.79 ล้านบาท ปิดที่ 97.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 2,651.54 ล้านบาท ปิดที่ 115.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,888.81 ล้านบาท ปิดที่ 374.00 บาท ลดลง 9.00 บาท
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวในแดนบวกเฉลี่ยราว 0.5% โดยตลาดบ้านเราได้รับแรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นมา นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานขานรับราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นไปมากเป็นแรงส่งต่อไปยังภาพรวมดัชนีฯ และยังได้รับแรงซื้อจากหุ้นกลุ่มแบงก์ด้วย อาจเป็นผลจากคาดว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายชัยยศ กล่าวว่า ตลาดฯน่าจะทรงตัวในแดนบวกได้ จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่แถว 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล พร้อมให้แนวรับ 1,490 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500-1,510 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,827.45 ล้านบาท ปิดที่ 134.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,947.67 ล้านบาท ปิดที่ 99.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,887.77 ล้านบาท ปิดที่ 116.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,346.07 ล้านบาท ปิดที่ 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
MINT มูลค่าการซื้อขาย 1,303.92 ล้านบาท ปิดที่ 26.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
หุ้นไทย (3 ก.พ.64) เปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,499.58 จุด เพิ่มขึ้น +13.33 จุด (+0.90%) มูลค่าการซื้อขาย 3,577.44 ล้านบาท มองมีลุ้นขึ้นต่อไปทดสอบระดับ 1,500 จุด รับ sentiment หุ้นทั่วโลกเป็นบวก
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มองมีลุ้นขึ้นต่อไปทดสอบระดับ 1,500 จุด รับ sentiment หุ้นทั่วโลกเป็นบวก ราคาน้ำมันปรับขึ้นหลังผู้ผลิตตรึงกำลังการผลิต ทำให้ตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะ Risk on ซึ่งเป็นภาวะที่นักลงทุนอยากลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐต่ำกว่า 1 แสนคน/วัน มา 5 วันติดต่อกัน จากก่อนหน้านั้นมีผู้ติดเชื้อวันละ 2 แสนคน รวมทั้งมีความคาดหวังรัฐบาลสหรัฐผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแม้วงเงินอาจจะไม่สูงถึง 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีความคืบหน้าเข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรส
ราคาทองวันนี้ – 3 ก.พ. 64 ปรับราคา 2 ครั้ง
บทเรียน GAMESTOP พลังรายย่อยสั่งสอนรายใหญ่ สะเทือนนักลงทุนตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
วัคซีนโควิด-19 เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งจะทำให้ฟื้นตัวเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เป็นแนวทางส่ง sentiment บวก
พร้อมให้แนวรับ 1,480 จุด แนวต้านแรก 1,495 -1,500 จุด แต่หากผ่านระดับ 1,500 จุดได้เร็วก็มีลุ้นแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,515 จุด แนะติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้คาดคงอัตราดอกเบี้ย และมุมมองเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อาจจะส่งสัญญาณปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) จากเดิมที่คาดเติบโต 3.2% จากความกังวลการระบาดโควิด-19 รอบ 2
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์
กลยุทธ์การลงทุน: คาด SET เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1460-1490 จุด โดยมองกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1485-1490 จุด จากการเมืองในพม่า สร้าง Sentiment เชิงลบต่อบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในไทย และดอลลาร์ที่แข็งค่า ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ กดดัน SET อ่อนตัวมาที่กรอบล่างที่แนวรับ 1460-1470 จุด กลยุทธ์ เรายังไม่ bullish ตลาด ดังนั้น พอร์ตหลักให้รอคำแนะนำเข้าซื้อก่อน ส่วนช่วงนี้ให้ซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นแนวโน้มกำไรดี หรือมีปัจจัยเด่น
ล็อคเป้าลงทุน: Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยเด่นใน 3 theme 1) Global Policy Play (EA KCE) 2) 4Q63 Earnings Play (BDMS GFPT CPF SPALI BCH BGRIM) 3) Dividend Play (TU SPALI SCC SCCC DTAC)
เลือกเก็งกำไรใน CPF GFPT TFG จากประเด็นยุโรปเพิ่มโควตานำเข้าสัตว์ปีก, เก็งกำไร TSR จากสถานการณ์น้ำกร่อย และเก็งกำไร STARK คาดงบปี 63-64 โตก้าวกระโดด หนุนจากรายได้ในไทยและเวียดนามตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (2 ก.พ.)ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,687.48 จุด เพิ่มขึ้น 475.57 จุด (+ 1.57%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,826.31 จุด เพิ่มขึ้น 52.45 จุด (+1.39%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,612.78 จุด เพิ่มขึ้น 209.38 จุด (+1.56%)
ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 120.54 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 56.71 จุด,ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 2.53 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (2 ก.พ.) ปิดที่ 55.13 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.95% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 ก.พ.) อยู่ที่ 1.67 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.00 อ่อนค่าตามภูมิภาค หลายปัจจัยหนุนดอลล์แข็ง กรอบวันนี้ 29.95-30.05
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB