หุ้นไทยวันนี้ ( 5 ก.พ.64) ปิดการซื้อขาย 1,496.61 จุด เพิ่มขึ้น +13.63 จุด
หุ้นไทยวันนี้ ( 5 ก.พ.64) ปิดการซื้อขาย 1,496.61 จุด เพิ่มขึ้น +13.63 จุด (++0.92%) มูลค่า 79,352.02 ล้านบาท แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่ล้อไปกับเศรษฐกิจ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐที่ปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่คาดว่าจะมีความคืบหน้า พร้อมแนวโน้มลงทุนสัปดาห์หน้า
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้สอดคล้องกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้แกว่งบวก เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯที่ปรับขึ้น ตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี และเริ่มมีมุมมองการฟื้นตัวเศรษฐกิจในสหรัฐ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นมา แม้แต่ราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นสะท้อนดีมานด์ที่เข้ามา ส่งผลให้ตลาดมีโมเมนตัมที่ดี
วันนี้ตลาดบ้านเราได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่ล้อไปกับเศรษฐกิจ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐที่ปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่คาดว่าจะมีความคืบหน้า
อย่างไรก็ดี ในช่วงสั้นเม็ดเงินได้ไหลออกไปที่สหรัฐหลังจากที่มีโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว และเงินดอลลาร์สหรัฐก็แข็งค่า ประกอบกับเงินเฟ้อ และ Bond yield ก็สูงขึ้น ส่วนบ้านเราเชื่อว่านักลงทุนสถาบันในประเทศจะกลับเข้ามาซื้อได้ในลักษณะค่อย ๆ กลับมาซื้อหลังจากที่ขายไปมากแล้ว
สัปดาห์หน้ายังต้องติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มเติม รวมถึงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะออกมาหลายบริษัท
แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up โดยมีแนวรับ 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500-1,515 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
BBL มูลค่าการซื้อขาย 4,714.71 ล้านบาท ปิดที่ 123.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,041.38 ล้านบาท ปิดที่ 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,346.72 ล้านบาท ปิดที่ 138.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,311.67 ล้านบาท ปิดที่ 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,223.14 ล้านบาท ปิดที่ 59.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
หุ้นไทยวันนี้ ( 5 ก.พ.64) ปิดการซื้อขายเช้า 1,497.25 จุด เพิ่มขึ้น +14.27 จุด (+0.96%) มูลค่า 43,524.81 ล้านบาท พร้อมแนวโน้มลงทุนบ่ายและ 5 อันดับหลักทรัพย์ซื้อขายร้อนแรง
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ ได้ Sentiment ดีจากตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯวานนี้บวกขึ้นมาได้
ตลาดบ้านเราได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ขึ้นนำ จากกระแสอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ระยะยาวทั้งของสหรัฐและไทยปรับตัวสูงขึ้น และคาดการณ์เงินเฟ้อจะสูงขึ้นด้วย อันเป็นผลจากหลายธนาคารกลางได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งก็เป็นผลดีต่อกลุ่มแบงก์
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันก็ได้ปรับตัวขึ้นด้วยเป็นแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนเงินบาทอ่อนค่า แม้จะเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า แต่ก็เป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ทำให้เช้านี้บวกได้ดี ขณะที่เม็ดเงินยังไหลเข้าเอเชียเห็นได้จากราคาทองคำปรับตัวลงค่อนข้างแรง
คืนนี้ยังให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และสัปดาห์หน้าติดตามเงินเฟ้อของหลายประเทศที่จะทยอยประกาศออกมา หากเริ่มปรับขึ้นจะทำให้กลุ่มแบงก์ได้รับอานิสงส์บวก
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะยังเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ พร้อมให้แนวรับ 1,480 จุด ส่วนแนวต้าน 1,495-1,500 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
BBL มูลค่าการซื้อขาย 3,275.75 ล้านบาท ปิดที่ 122.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,800.59 ล้านบาท ปิดที่ 39.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,630.58 ล้านบาท ปิดที่ 137.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,391.01 ล้านบาท ปิดที่ 63.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,242.06 ล้านบาท ปิดที่ 98.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
หุ้นไทยวันนี้ ( 5 ก.พ.64)เปิดการซื้อขาย 1,493.27 จุด เพิ่มขึ้น +10.29 จุด (+0.69%) มูลค่า 2,253.51 ล้านบาท พร้อมล็อคเป้าลงทุน
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,500 จุดอีกครั้ง เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวกกันราว 0.5-0.6% หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าที่ตลาดคาด และนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐน่าจะผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้ในเร็ว ๆ นี้
4 ธนาคารพร้อมแล้ว เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “เราชนะ”
ราคาทองวันนี้ – 5 ก.พ. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง
นอกจากนี้ มีความหวังใหม่กับวัคซีนโควิด-19 หลังบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ได้ขออนุมัติใช้วัคซีนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐแล้ว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเราเมื่อดัชนีฯเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด ก็ต้องระวังแรงขายทำกำไร เพราะ Valuation จะตึงตัวอีกทั้ง Dollar Index ยังสูงขึ้น อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง พร้อมให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯคืนนี้
โดยให้แนวรับ 1,475-1,470 จุด ส่วนแนวต้าน 1,495-1,500 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ คาด SET แกว่งในกรอบ 1460-1500 จุด โดยแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ยังไม่ผ่าน 1500 จุด และอ่อนตัว
อย่างไรก็ตาม ความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และ Yield พันธบัตรสหรัฐที่ปรับขึ้น สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มแบงก์ ช่วยประคองไม่ให้ต่ำกว่ากรอบล่าง และมีโอกาสช่วยหนุน SET ทะลุ 1500 จุดได้ กลยุทธ์ เรายังไม่ bullish ตลาด ดังนั้น พอร์ตหลักให้รอคำแนะนำเข้าซื้อก่อน ส่วนช่วงนี้ให้ซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นแนวโน้มกำไรดี หรือมีปัจจัยเด่น
พร้อมล็อคเป้าลงทุน
คาด SET ผันผวนในกรอบ มีทั้งปัจจัยบวกจากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และปัจจัยลบจาก fund flow ไหลออก
Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยเด่นใน 3 theme 1) Global Policy Play (EA KCE) 2) 4Q63 Earnings Play (BDMS GFPT CPF SPALI BCH BGRIM EPG) 3) Dividend Play (TU SPALI SCC SCCC DTAC)
แนะนำ BBL คาดผลการดำเนินงานปี 64 มีแนวโน้มที่ดี กำไรโตถึง 43% และมี valuation ที่น่าสนใจ, แนะนำ PTT คาดงบ 4Q63 ฟื้นตัวต่อเนื่อง ราคาหุ้นยัง laggard รวมทั้งแนะนำ PTTEP ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (4 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,055.86 จุด เพิ่มขึ้น 332.26 จุด (+1.08%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,871.74 จุด เพิ่มขึ้น 41.57 จุด (+1.09%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,777.74 จุด เพิ่มขึ้น 167.20 จุด (+1.23%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 7.63 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 289.51 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 191.59 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (4 ก.พ.) ปิดที่ 56.23 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 1% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 ก.พ.) อยู่ที่ 2.03 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.10 อ่อนค่าต่อเนื่องตามภูมิภาค แนวโน้มแกว่งกรอบ 30.00-30.15
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB