แนวโน้มหุ้นไทย (18 มี.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้า 1,577.86 จุด ปรับขึ้น +11.10 จุด
แนวโน้มหุ้นไทย (18 มี.ค.64) ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,568.82 จุด เพิ่มขึ้น 2.06 จุด (+0.13%) มูลค่าการซื้อขาย 81,007.58 ล้านบาท ช่วงบ่ายเผชิญแรงขายทำกำไรออกมาทำให้ตลาดฯย่อตัวลง เกิดขึ้นหลังจากตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาทั้งเรื่องการเมืองในประเทศ, การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ในวันพรุ่งนี้พิจารณาคลายลิอกเพิ่มเติม ขณะที่ยังพบคลัสเตอร์ใหม่ของผู้ติดเชื้ออยู่
ศบค.รายงานพบติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 92 ราย เสียชีวิต 1 ราย
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีความผันผวน โดยช่วงเช้าขึ้นตอบรับ Sentiment บวกจากมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยต่ำยาว และเดินหน้าทำ QE ต่อไป รวมถึงมีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐด้วย
แต่ในช่วงบ่ายเผชิญแรงขายทำกำไรออกมาทำให้ตลาดฯย่อตัวลง แต่ก็ยังยืนในแดนบวกได้ ซึ่งการเคลื่อนไหวเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ก็ยังบวกได้ เช่นเดียวกับตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้เคลื่อนไหวในแดนบวก เหมือนกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ยืนบวกเล็กน้อย
ทั้งนี้ การย่อตัวของตลาดฯเกิดขึ้นหลังจากตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาทั้งเรื่องการเมืองในประเทศ, การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ในวันพรุ่งนี้พิจารณาคลายลิอกเพิ่มเติม ขณะที่ยังพบคลัสเตอร์ใหม่ของผู้ติดเชื้ออยู่ และต้องติดตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐฯ
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งออกด้านข้างในลักษณะประคองตัวในช่วงรอปัจจัยใหม่เข้ามา พร้อมให้แนวรับ 1,550-1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,580 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
OR มูลค่าการซื้อขาย 4,720.12 ล้านบาท ปิดที่ 33.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,642.04 ล้านบาท ปิดที่ 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
STA มูลค่าการซื้อขาย 2,426.64 ล้านบาท ปิดที่ 47.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,996.64 ล้านบาท ปิดที่ 40.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 1,678.47 ล้านบาท ปิดที่ 3.82 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท
แนวโน้มหุ้นไทย (18 มี.ค.64) เปิดการซื้อขายเช้า 1,577.86 จุด ปรับขึ้น +11.10 จุด (+0.71%) มูลค่าการซื้อขาย 42,354.32 ล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวขึ้นกันราว 1% ตอบรับมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตได้ดี และยังตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ไปถึงปี 66 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐฯอายุ 10 ปี สูงขึ้นมาเกือบ 1.7% แต่ต่อมาถอยลงมายืนแถว 1.64% ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง ทั้งนี้ แม้เฟดจะไม่ได้มีมาตรการดูแล Bond yield แต่ก็ยังเดินหน้ามาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน ส่งผลให้นักลงทุนมั่นใจในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเรายังมีปัจจัยกดดันจากฟุตซี่จะปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย (FTSE Rebalance) ซึ่งจะมีผลในวันที่ 19 มี.ค.นี้ โดยปรับลดจาก 2.3% เป็น 2.25% ซึ่งก็เป็นการปรับลดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมแนะติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และความคืบหน้าการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯยังคงจะเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อไปได้ โดยมีแนวรับ 1,571-1,569 จุด ส่วนแนวต้าน 1,584 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
OR มูลค่าการซื้อขาย 3,530.45 ล้านบาท ปิดที่ 32.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
STA มูลค่าการซื้อขาย 1,569.24 ล้านบาท ปิดที่ 48.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,256.64 ล้านบาท ปิดที่ 149.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,172.95 ล้านบาท ปิดที่ 41.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
IRPC มูลค่าการซื้อขาย 881.26 ล้านบาท ปิดที่ 3.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท
แนวโน้มหุ้นไทย (18 มี.ค.64) เปิดการซื้อขาย 1,580.34 จุด ปรับขึ้น +13.58 จุด (+0.87%) มูลค่าการซื้อขาย 6,431.61 ล้านบาท ขานรับผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวกกันทั่วหน้า ขานรับผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ให้คำตอบตามที่นักลงทุนอยากจะได้ ทั้งเรื่องการยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2566 และยังเดินหน้าทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ต่อไป
มุกดาหารไข่แตก! พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกเดินทางจากกรุงเทพฯ
ราคาทองวันนี้ – 18 มี.ค. 64 ปรับราคา 4 ครั้ง
รวมถึงมีการปรับอัตราการเติบโตเศรษฐกิจสูงขึ้น ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และกำไรของบริษัทก็จะดีไปด้วย หุ้นที่จะได้รับประโยชน์เป็นหุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มพลังงาน ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีอาจจไม่ได้
อย่างไรก็ดี การที่เฟดมองแบบนี้แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีเงินเฟ้อสูงขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) ก็จะสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งก็จะกระทบการลงทุนในหุ้น จึงเป็นความเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้า ดังนั้นการปรับขึ้นของตลาดฯอาจจะเป็นแค่ชั่วคราว อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเรายังมีประเด็นกัญชงที่ทำให้ตลาดฯพอจะไปได้ ทั้งนี้ ให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันนี้
พร้อมให้แนวรับ 1,560-1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,580-1,585 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (17 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,015.37 จุด เพิ่มขึ้น 189.42 จุด (+0.58%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,974.12 จุด เพิ่มขึ้น 11.41 จุด (+ 0.29%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,525.20 จุด เพิ่มขึ้น 53.63 จุด (+0.40%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 4.09 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 234.15 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 283.49 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (17 มี.ค.) ปิด 64.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.3%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (17 มี.ค.) อยู่ที่ 2.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.68 แข็งค่าเกาะกลุ่มค่าเงินในตลาดโลก หลังเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB