แนวโน้มหุ้นไทย (22 มี.ค.64) ประคองตัวเหนือ 1,560 แม้โควิดยังไม่จาง ปิดครึ่งเช้า ปรับขึ้น +1.87 จุด
แนวโน้มหุ้นไทย (22 มี.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้าที่ระดับ 1,565.83 จุด ปรับขึ้น +1.87 จุด (+0.12%) 39,634.07 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวในกรอบอิงทางลง แต่ก็มีความพยายามประคองตัวให้ยืนเหนือ 1,560 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบสลับกัน เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในต่างประเทศ
โดยหลายประเทศมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยยุโรป ได้แก่ อิตาลี และฝรั่งเศส เป็นต้น ส่วนในเอเชียมี อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ ทำให้ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้แต่บ้านเราก็มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้น และยังต้องติตดามในเขตบางแค และ บางขุนเทียน
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐฯก็ขึ้นมา 1.7% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่ต่ออายุโครงการผ่อนคลายด้านเงินทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ จากที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ทำให้วิตกว่าธนาคารจะทำการขายพันธบัตรที่ถืออยู่ออกมา
อย่างไรก็ดี ให้รอติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ถ้าการพักตัวของตลาดไม่แรงก็ถือว่ายังใช้ได้ แต่ถ้าหลุดแนว 1,560 จุด ก็จะมีโอกาสลงมาทดสอบแนวรับ 1,550 จุด ได้ ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,565-1,570 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
OR มูลค่าการซื้อขาย 2,453.32 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ลดลง 0.75 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,733.32 ล้านบาท ปิดที่ 11.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท
TTA มูลค่าการซื้อขาย 1,599.99.ล้านบาท ปิดที่ 12.20 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
CPF มูลค่าการซื้อขาย 994.43 ล้านบาท ปิดที่ 29.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
AMANAH มูลค่าการซื้อขาย 968.28 ล้านบาท ปิดที่ 6.20 บาท ลดลง 1.10 บาท
แนวโน้มหุ้นไทย (22 มี.ค.64) เปิดการซื้อขาย 1,562.29 จุด ปรับลด -1.67 จุด (-0.11%) มูลค่าการซื้อขาย 4,957.71 ล้านบาท
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นได้เล็กน้อย เล็งหุ้นขนาดใหญ่หนุนหลังเสร็จสิ้นการปรับลดน้ำหนักลงทุนของฟุตซี่ไปแล้ว และราคาน้ำมันก็ได้ปรับตัวขึ้น 2.4% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากความกังวลข่าวที่ออกมาว่าโรงงานน้ำมันแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีโดยโดรน
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะติดลบเล็กน้อย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond yield) ได้ขึ้นมาทะลุ 1.7% แล้ว ก็กดดันตลาดบ้างแต่ก็มองว่าตลาดฯได้รับรู้ไปบ้างแล้ว ส่วนบ้านเราก็ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการปะทะกัน
อย่างไรก็ดี ให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ และจับตาประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะแถลงต่อสภาคองเกรสในวันที่ 24 มี.ค.นี้ด้วยเช่นกัน
พร้อมให้แนวรับ 1,555 จุด ส่วนแนวต้าน 1,575 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (19 มี.ค.)ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,627.97 จุด ลดลง 234.33 จุด (-0.71%) และดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,913.10 จุด ลดลง 2.36 จุด (-0.06%) ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,215.24 จุด เพิ่มขึ้น 99.07 จุด ( +0.76%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 1.46 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ร่วงลง 347.95 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 189.85 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (19 มี.ค.) ปิด 61.42 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 มี.ค.) อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.90 แนวโน้มอ่อนค่าตามตลาดโลก ผลจากบอนด์ยีลด์สหรัฐ กรอบ 30.85-30.95
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB