หุ้นไทย (24 มี.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,570.83 จุด ปรับเพิ่ม +6.58 จุด
หุ้นไทย (24 มี.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,570.83 จุด ปรับเพิ่ม +6.58 จุด (+0.42%) มูลค่า 85,436.91 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ ได้แรงหนุนจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และยังมีมาตรการช่วยเหลือออกมาอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐฯอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า กนง.ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 64 เป็น 3.0% จากเดิมคาดโต 3.2% แต่ถือว่ายังใช้ได้ ส่งผลให้มีแรงเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ยังมีปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ อีกทั้งแรงขายทำกำไรที่เกิดขึ้นในระหว่างทางก็เป็นแรงขายหุ้นที่ราคาปรับขึ้นไปมากแล้ว เพื่อโยกมาลงทุนหุ้นที่ราคายังต่ำอยู่
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปที่มีการล็อกดาวน์ในหลายประเทศจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ให้ติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศด้วย
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ช่วงนี้ตลาดฯคงจะแกว่งตัวในกรอบในช่วงรอปัจจัยกระตุ้นใหม่ แต่ดัชนีฯยังยืนเหนือ 1,560 จุดได้ก็ถือว่ายังดี พร้อมให้แนวรับ 1,560-1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,575-1,580 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
OR มูลค่าการซื้อขาย 4,935.88 ล้านบาท ปิดที่ 33.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
SCC มูลค่าการซื้อขาย 3,164.44 ล้านบาท ปิดที่ 396.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท
SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 2,515.58 ล้านบาท ปิดที่ 86.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,035.46 ล้านบาท ปิดที่ 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
SCGP มูลค่าการซื้อขาย 1,951.34 ล้านบาท ปิดที่ 48.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
หุ้นไทย (24 มี.ค.64) เปิดการซื้อขาย 1,563.94 จุด ปรับลด -0.31 จุด (-0.02%) มูลค่า 45,507.93 ล้านบาท แกว่งไซด์เวย์ในทางลง
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ในทางลง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ติดลบเฉลี่ย -0.7% รับ Sentiment ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลส่งผลให้เงินทุนโยกออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าไปที่ดอลลาร์สหรัฐฯ
โครงการ “ฝูงบินท่องเที่ยวไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม”
ทั้งนี้ ตลาดฯได้รับแรงกดดันจากเงินไหลออกจากเอเชีย เห็นได้จากนักลงทุนต่างชาติขายหุ้น 6 ใน 7 วันทำการ มูลค่าราว 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนตลาดบ้านเรานักลงทุนต่างชาติขาย 9 ใน 11 วันทำการ เป็นเงิน 310 ล้านเหรียญสหรัฐ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะยังผันผวน แนะติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้จะมีการปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยอย่างไร พร้อมให้แนวรับ 1,550-1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,566-1,570 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
OR มูลค่าการซื้อขาย 2,387.22 ล้านบาท ปิดที่ 32.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 1,811.64 ล้านบาท ปิดที่ 86.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,583.44 ล้านบาท ปิดที่ 393.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท
TASCO มูลค่าการซื้อขาย 1,303.72.ล้านบาท ปิดที่ 20.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,074.84 ล้านบาท ปิดที่ 310.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.00 บาท
เปิดการซื้อขาย 1,557.36 จุด ปรับลด -6.89 จุด (-0.44%) มูลค่า 2,775.17 ล้านบาท มีโอกาสอ่อนตัวตามต่างประเทศ กังวลโควิดรอบใหม่ บ้านเรามาตรการภาครัฐฯมาช่วยได้ในระดับหนึ่ง โดยตลาดตอบรับไปมากแล้ว
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย เช้านี้มีโอกาสที่จะอ่อนตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ ตามตลาดสหรัฐฯที่ปรับตัวลง เนื่องจากมีความกังวลการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กลับมารอบใหม่ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงก่อน
ราคาทองวันนี้ – 24 มี.ค. 64 ปรับราคา 2 ครั้ง บวก 50 บาทจากราคาเปิดตลาด
2 สินเชื่อฟื้นฟูผู้ประกอบการไทย พร้อมรับมือโลกยุคหลังโควิด-19
และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่าจะปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกจากที่จะยังไม่ลดการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ปรับตัวลง ซึ่งก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ ตลาดฯยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา แม้ว่าตลาดบ้านเราจะมีมาตรการภาครัฐฯมาช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ตลาดก็ตอบรับไปมากแล้ว ซึ่งตลาดฯคงจะเผชิญแรงขายทำกำไรเช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดต่างประเทศมีแรงขายออกมาที่ หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว, โรงแรม และพลังงาน ซึ่งตลาดบ้านเราก็มีโอกาสที่จะเป็นเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดี ตลาดฯยังต้องติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของทั่วโลกที่ทยอยประกาศออกมา และให้ติดตามดุลการค้าของไทยที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะออกมาเกินดุล รวมถึงติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในวันนี้
พร้อมให้แนวรับ 1,555-1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,575-1,580 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (23 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,423.15 จุด ร่วงลง 308.05 จุด (-0.94%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,910.52 จุด ลดลง 30.07 จุด (-0.76%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,227.70 จุด ลดลง 149.84 จุด (-1.12%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 17.38 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 230.37 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 59.89 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (23 มี.ค.) ปิด 57.76 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วงลง 3.80 ดอลลาร์ หรือ 6.2% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (23 มี.ค.) อยู่ที่ 1.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 31.01 แนวโน้มอ่อนค่าตามตลาดหลังดอลล์แข็ง ให้กรอบวันนี้ 30.90-31.05
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB