หุ้นไทย (31 มี.ค.64)ปิดช่วงเช้า 1,592.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.51 จุด
หุ้นไทย (31 มี.ค.64) ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,592.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.51 จุด (+0.16%) มูลค่าการซื้อขายราว 33,989 ล้านบาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งแคบมากหลังจากช่วง 2 วันที่ผ่านขึ้นไปมากพอควรแล้ว จึงต้องเผชิญแรงขายระหว่างเทรดบ้าง ส่งผลให้ดัชนีฯทะลุ 1,600 จุดค่อนข้างยากในช่วงนี้ เพราะไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาผลักดันด้วย
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ หลัก ๆ มาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐฯยังสูง ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า และส่งผลให้ Fund Flow ชะลอ อีกทั้งราคาน้ำมันก็อยู่ในทิศทางทรงตัวช่วงรอผลประชุมกลุ่มโอเปกพลัสวันที่ 31 มี.ค.-1 เม.ย.นี้ และประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเปิดเผยแผนลงทุนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐคืนนี้
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯน่าจะแกว่งทรงตัว แต่ช่วงท้ายอาจมีแรงซื้อบ้างจากการทำ Window Dressing ก่อนปิดงบฯ
พร้อมให้แนวรับ 1,580 จุด ส่วนแนวต้าน 1,595-1,600 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
STGT มูลค่าการซื้อขาย 1,626.34 ล้านบาท ปิดที่ 41.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,249.75 ล้านบาท ปิดที่ 68.75 บาท ลดลง 1.25 บาท
OSP มูลค่าการซื้อขาย 1,211.71 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
OR มูลค่าการซื้อขาย 1,036.73 ล้านบาท ปิดที่ 32.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
RS มูลค่าการซื้อขาย 1,021.67 ล้านบาท ปิดที่ 29.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
เปิดการซื้อขาย 1,592.89 จุด ปรับขึ้น +3.36 จุด (+0.21%) มูลค่าการซื้อขาย 4,200.04 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะยังปรับตัวขึ้นต่อไปจาก Fund Flow ยังคงไหลเข้ามาหนุนตลาดให้เดินหน้าขึ้นต่อไปได้ หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติและสถาบันยังซื้อสุทธิ อีกทั้งสถานการณ์แวดล้อมยังไม่มีปัจจัยลบ แม้จะมีอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) 10 ปีของสหรัฐยังอยู่ในระดับสูงคอยรบกวนสร้างความกังวลอยู่บ้างก็ตาม
ราคาทองวันนี้ – 31 มี.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง เท่าราคาเปิดตลาด
ด่วน! “คนละครึ่ง” วันสุดท้าย รีบใช้ 3,500 บาท ก่อนหมดสิทธิ์ - เฟส 3 มาแน่ เดือน มิ.ย. นี้
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบสลับกัน แนะติดตามผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) วันที่ 1 เม.ย.นี้ ตลาดคาดว่าจะมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันไว้ในระดับเดิม ซึ่งตลาดได้ตอบรับไปบ้างแล้ว
พร้อมให้แนวรับ 1,580 จุด ส่วนแนวต้าน 1,600 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ แนะ กลยุทธ์การลงทุน SET ยังพักตัวแบบ sideways โดยตลาดขาดปัจจัยใหม่กำหนดทิศทาง ส่วนปัจจัยเดิมบวกลบคละเคล้า โดยตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัว และดอลลาร์ชะลอตัว รวมถึงราคาน้ำมันฟื้นตัวเป็นบวกต่อดัชนี แต่ bond yield สหรัฐ ที่เริ่มเร่งตัวขึ้น เป็นปัจจัยถ่วงดัชนี ด้านแนวโน้ม SET มองกรอบบนจำกัดที่ 1580-1585 จุด และจะอ่อนตัวมาที่กรอบล่างบริเวณ 1560 จุดอีกครั้ง กลยุทธ์ พอร์ตลงทุนหลักรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% แถว 1450-1470 จุด ส่วนพอร์ตเก็งกำไรให้ Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ
ล็อคเป้าลงทุน : SET มี upside จำกัด และมีความเสี่ยงขาลง แนะนำ 1) หุ้นกลุ่ม defensive เป็นที่พักเงิน คือ กลุ่ม ICT : ADVANC กลุ่มการแพทย์ขนาดกลาง : BCH CHG หุ้นโรงไฟฟ้า : BGRIM GPSC GULF
2) หุ้น mid-small cap แนวโน้มกำไร 1Q64 โตเด่น YoY หรือ turnaround STARK TWPC SISB TNP WICE
3) หุ้นกระแส EV, clean energy : EA
# แนะนำ GULF คาดกำไรปกติปี 64 โต 84%YoY จากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 63 รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลจาก INTUCH ที่เพิ่มขึ้น ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น และแนะนำ TNP คาดกำไร 1Q64 ทำจุดสูงสุดใหม่ จากอานิสงส์มาตรการภาครัฐ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (30 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,066.96 จุด ลดลง 104.41 จุด (-0.31%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,958.55 จุด ลดลง 12.54 จุด (-0.32%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,045.40 จุด ลดลง 14.25 จุด (-0.11%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 1.17 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 154.37 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 225.03 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (30 มี.ค.) ปิด 60.55 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.01 ดอลลาร์ หรือ 1.6%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (30 มี.ค.) อยู่ที่ 1.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิด ตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.25 บาท/ดอลลาร์ โดยทิศทางอ่อนค่าตามตลาดโลก เนื่องจากมีปัจจัยหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าจากการที่บอนด์ ยิลด์ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้มีแรงซื้อดอลลาร์ต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB