หุ้นไทย (27 เม.ย.) ปิดที่ระดับ 1,559.23 จุด ลดลง -0.30 จุด
หุ้นไทย (27 เม.ย.) ปิดที่ระดับ 1,559.23 จุด ลดลง -0.30 จุด (-0.02%) มูลค่าการซื้อขายราว 97,524.50 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
AOT มูลค่าการซื้อขาย 4,627,102.65 ล้านบาท ปิดที่ 60.75 บาท ลดลง 2.75 บาท
BFIT มูลค่าการซื้อขาย 3,476,908.08 ล้านบาท ปิดที่ 52.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.23 บาท
SCGP มูลค่าการซื้อขาย 2,801,497.72 ล้านบาท ปิดที่ 52.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,606,188.70 ล้านบาท ปิดที่ 131 บาท ลดลง 0.50 บาท
TSTH มูลค่าการซื้อขาย 2,215,878.34 ล้านบาท ปิดที่ 1.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ย่อตัวลง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแลปัญหาราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงเวลานี้ เพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีเหล็กเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้หุ้นในกลุ่มเหล็กเจอแรงขายทำกำไร จากก่อนหน้าที่หุ้นในกลุ่มเหล็กได้ปรับตัวขึ้นไปตามราคาเหล็กโลกที่เป็นขาขึ้น และแม้แต่กลุ่มค้าปลีกอย่างหุ้น DOHOME และ GLOBAL ก็อ่อนตัวลง เนื่องจากมีสินค้าที่มีส่วนประกอบของเหล็กด้วย
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ส่วนตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ปรับตัวลงเล็กน้อยในลักษณะทรงตัว เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ทรงตัวในแดนบวกเล็กน้อย ในช่วงรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ ต่อมุมมองด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
ส่วนบ้านเราให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศอย่างใกล้ชิด จับตาจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดจะเพิ่มขึ้นหรือชะลอตัวลง และติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งช่วงนี้หุ้นขนาดใหญ่จะทยอยประกาศออกมา อย่างหุ้น PTTEP, SCC เป็นต้น
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) นายชัยยศ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัว เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน พร้อมให้แนวรับ 1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570 จุด
หุ้นไทย (27 เม.ย.) ครึ่งวันเช้าปิดที่ระดับ 1,565.24 จุด เพิ่มขึ้น 5.71 จุด (+0.37%) มูลค่าการซื้อขายราว 50,346 ล้านบาทนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้น ขานรับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศทรงตัวในทิศทางลดลงต่อเนื่องมา 2 วัน แต่ upside ตลาดฯยังจำกัดหลังจากจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น จึงทำให้ยังต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19
นอกจากนี้ ยังรอติดตามผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลาสหรัฐ (FOMC) วันที่ 27-28 เม.ย.นี้ด้วย ซึ่งตลาดมองว่าน้าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการทำ QE ตามเดิมแต่ต้องจับตาการส่งสัญญาณจากเฟดเกี่ยวกับมุมมองด้านเศรษฐกิจ ส่วนบ้านเราก็ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ติดลบ หลังจากยังมีความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นถึงขั้นกลับมาล็อกดาวน์เข้มงวดอีกรอบ
สำหรับนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่น่าจะผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้ว ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทใหญ่หลายแห่งทั้ง SCGP, DELTA, BH และ SCC คาดว่าจะออกมาดีขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มมองการเก็งกำไรหุ้นที่เกี่ยวข้อง อย่างหุ้น SCC คาดงบฯจะออกมาดี และยังมีแรงเข้าซื้อหุ้นอื่นในกลุ่มปิโตรเคมีด้วย อย่าง IRPC, IVL และ PTTGP วันนี้บรรยากาศโดยรวมจึงเป็นลักษณะเก็งกำไร
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง 0.1-0.5% รอผลประชุม FOMC โดยตลาดคาดว่าคงจะยังดำเนินนโยบายการผ่อนคลาย แต่ต้องติดตามการส่งสัญญาณต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ
ส่วนบ้านเราในพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) นายกรัฐมนตรีจะประชุมร่วมกับภาคเอกชนเรื่องการจัดหาและกระจายวัคซีน ประกอบกับติดตามว่ากระทรวงการคลังอาจจะปรับประมาณอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้อย่างไร
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงยังผันผวน โดยมีแนวรับ 1,550-1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570-1,575 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,752.12 ล้านบาท ปิดที่ 61.25 บาท ลดลง 2.25 บาท
BFIT มูลค่าการซื้อขาย 2,191.68 ล้านบาท ปิดที่ 54.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,677.22 ล้านบาท ปิดที่ 131.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,074.88 ล้านบาท ปิดที่ 387.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
ราคาทองวันนี้ – 27 เม.ย. 64 ปรับราคา 3 ครั้ง เท่าราคาเปิดตลาด“สุพัฒนพงษ์” วอนปชช. นำเงินฝากออกมาใช้จ่าย ช่วยดันจีดีพีโตขึ้น 4%
ส่วนความเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้า
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในลักษณะแกว่งไซด์เวย์ โดยมองว่าตลาดฯได้ตอบรับเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไปมากแล้ว และล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อก็เริ่มทยอยลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากมาตรการภาครัฐฯที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงได้
แต่ต้องรอดูวันที่ 29 เม.ย.นี้ ว่า ศบค.จะพิจารณามาตรการอีกครั้ง และถ้าผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็วก็อาจทำให้มีมาตรการเข้มขึ้นอีก
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ถือว่าตลาดฯยืนได้ดีจากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและมาตรการคุมเข้มใช้ได้ผลบ้าง
นอกจากนี้ ค่าการกลั่นที่ขึ้นมายืนเหนือระดับ 3 เหรียญฯ/บาร์เรล ได้ 3 วันแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ทำให้เห็นการฟื้นตัวของค่าการกลั่นอย่างชัดเจน จากก่อนนี้ที่ชะลอลงจากความกังวลการแพร่ระบาดโควิดอย่างหนักในอินเดีย อีกทั้งขณะนี้หลายประเทศเริ่มทยอยเปิดประเทศบ้างแล้ว สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามเกณฑ์ น่าจะช่วยหนุนการลงทุนได้ดีขึ้น
อีกทั้ง ดัชนี Nasdaq ได้ขึ้นทำนิวไฮ ขานรับข่าวที่ว่าเจพีมอร์แกนเตรียมจัดตั้งกองทุนบิตคอยน์ ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯพุ่งขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดบ้านเราได้บ้าง
ด้านตลาดุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้แกว่งแคบมากราว 0.3% ในช่วงรอปัจจัยใหม่เข้ามาและรอดูผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในแต่ละตลาดกันไป รวมถึงรอดูผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ ซึ่งตลาดคาดจะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ให้ติดตามมุมมองของเฟดในเรื่องของเศรษฐกิจ และการกระจายวัคซีนโควิด-19 ไปทั่วโลกอย่างไร
พร้อมกันนี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยให้แนวรับ 1,550-1,544 จุด ส่วนแนวต้าน 1,565-1,575 จุด
ทั้งนี้ ภาวะหุ้นไทยเมื่อเวลา 11:35 น. อยู่ที่ระดับ 1,565.70 จุด ปรับขึ้น +6.17 จุด (+0.40%) มูลค่าการซื้อขาย 39,282.42 ล้านบาท
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (26 เม.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,981.57 จุด ลดลง 61.92 จุด (-0.18%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,187.62 จุด เพิ่มขึ้น 7.45 จุด (+0.18%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,138.78 จุด เพิ่มขึ้น 121.97 จุด (+0.87%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 1.08 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 48.30 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 57.45 จุด
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,920.16 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 เม.ย.64
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (26 เม.ย.) ปิด 61.91 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 23 เซนต์ หรือ 0.4% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 เม.ย.) อยู่ที่ 3.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 31.43 ทรงตัวจากวานนี้ คาดกรอบวันนี้ 31.30-31.50 ตลาดจับตาผลประชุมเฟด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB