หุ้นไทย (18 พ.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,566.80 จุด เพิ่มขึ้น +17.64 จุด
หุ้นไทย (18 พ.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,566.80 จุด เพิ่มขึ้น +17.64 จุด (+1.14%) มูลค่าการซื้อขาย 98,214.66 ล้านบาท หุ้นบิ๊กแคป ช่วยประคองตลาดฯ
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์ขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวในแดนบวกราว 1% เช่นเดียวกับตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้บวก 0.4-0.5% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สบวก ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศวันนี้ลดลงจากกว่า 9 พันรายเมื่อวานนี้ โดยผู้ติดเชื้อทั่วไปมี 1,700 ราย จากเมื่อวานนี้ราว 2,800 ราย ทำให้มีการหมุนเวียนหุ้นขึ้นมาเล่นมากขึ้น
ทั้งนี้ หุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) ได้ขึ้นมาช่วยประคองตลาดฯวันนี้ โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้นได้ดี ส่วนหุ้นกลุ่มโรงแรมก็มีแรงเก็งกำไรเข้ามา หลังจากยุโรปคลายล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้มากขึ้น
พร้อมให้ติดตามการปรับประมาณการหุ้นกลุ่ม Domestic โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลง ทำให้อาจจะถ่วงตลาดฯได้ และให้ติดตาม FTSE จะปรับน้ำหนักลงทุนในวันที่ 21 พ.ค.นี้ ซึ่งหุ้น SCGP มีโอกาสเข้าสู่การคำนวณดัชนี หลังจากเข้า MSCI แล้ว และติดตามรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 27-28 เม.ย.ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันที่ 20 พ.ค.นี้
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยคงจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบแนวรับ 1,550-1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570-1,578 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
SIRI มูลค่าการซื้อขาย 5,238.27 ล้านบาท ปิดที่ 1.36 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท
ITD มูลค่าการซื้อขาย 2,707.16 ล้านบาท ปิดที่ 2.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.43 บาท
TIDLOR มูลค่าการซื้อขาย 2,690.97 ล้านบาท ปิดที่ 43.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 2,462.62 ล้านบาท ปิดที่ 45.25 บาท เพิ่มขึ้น 5.25 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,458.73 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
สถานการณ์ปิดช่วงเช้า
หุ้นไทย (18 พ.ค.64) ปิดการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่ 1,566.48 จุด เพิ่มขึ้น +17.32 จุด (+1.12%) มูลค่าการซื้อขาย 53,161.60 ล้านบาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ ฟื้นตัวขึ้นตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ คาดว่าจะรับแรงซื้อกลับจากนักลงทุนสถาบันเข้ามาที่หุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงชะลอลงทุน ขณะที่ตลาดฯยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาขับเคลื่อน แต่ยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 วันนี้ดูดีขึ้นหลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจากวานนี้ที่สูงกว่า 9 พันราย
ราคาทองพุ่งต่อ หลังโควิด-19 ยังระบาดหนัก
พิษโควิดยังฉุดสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส (BA) ขาดทุน 756.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามเงินเฟ้อของฝั่งยุโรปที่จะทยอยออกมา และรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 27-28 เม.ย.ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันที่ 20 พ.ค.นี้
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงแกว่งสร้างฐานในแดนบวกได้ โดยมีแนวรับ 1,555 จุด ส่วนแนวต้าน 1,567-1,570 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
SIRI มูลค่าการซื้อขาย 3,717.22 ล้านบาท ปิดที่ 1.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท
ITD มูลค่าการซื้อขาย 2,012.08 ล้านบาท ปิดที่ 2.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.43 บาท
CBG มูลค่าการซื้อขาย 1,506.61 ล้านบาท ปิดที่ 128.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
TIDLOR มูลค่าการซื้อขาย 1,450.87 ล้านบาท ปิดที่ 42.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 1,374.02 ล้านบาท ปิดที่ 44.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท
สถานการณ์ช่วงเช้า
หุ้นไทย (18 พ.ค.64) เปิดการซื้อขายระดับ 1,563.18 จุด เพิ่มขึ้น +14.02 จุด (+0.90%) มูลค่าการซื้อขาย 10,610.60 ล้านบาท
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ทางเทคนิค คล้ายกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่รีบาวด์ขึ้นมาราว 1% หลังจากปรับตัวลงไปมาก ยกเว้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นติดลบเนื่องจาก GDP ติดลบ โดยทางยุโรปมีการผ่อนคลายการล็อกดาวน์ ทำให้สัญญาณโลกดีขึ้น และอาจช่วยหนุนทางฝั่งเอเชียด้วย
ราคาทองวันนี้ – 18 พ.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง กลับมาเท่าราคาเปิดตลาด
พิษโควิดยังลามเศรษฐกิจไทย สศช.หั่นการเติบโตปี 64 เหลือร้อยละ1.5 – 2.5
ส่วนบ้านเราวันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงมากจากวานนี้กว่า 9 พันราย เหลือเพียง 2 พันกว่าราย ซึ่งช่วยหนุนตลาดฯได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับการฉีดวัคซีน
แต่ทั้งนี้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มที่จะปรับตัวลง หลังจากที่เริ่มมองถึงการลดนโยบายผ่อนคลายในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดีการส่งออกยังดีอยู่ และมองว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ่อนตัวลงระยะสั้นในทิศทางที่ยังเป็นขาขึ้น นอกจากนี้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 1/64 ส่วนใหญ่ก็ออกมาดี อย่าง SAWAD เป็นต้น
พร้อมให้ติดตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 27-28 เม.ย.ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันที่ 20 พ.ค.นี้
โดยให้แนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,555-1,560 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ คาด เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1520-1565 จุด ขึ้นไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ลง
กลยุทธ์การลงทุน : คาดดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1520-1565 จุด โดยการฟื้นตัวช่วงนี้มาจากการรีบาวด์ทางเทคนิค และแรงเก็งกำไรหุ้น DELTA อย่างไรก็ตามกรอบบนถูกจำกัด จากการแพร่ระบาดในประเทศ และภาพรวมยังมองมี downside จากความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐเร่งตัว ด้าน bond yield สหรัฐ เริ่มกลับมาปรับขึ้นอีกครั้งเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์ อาศัยจังหวะดัชนีฟื้นตัวกระชับพอร์ต ลดหุ้นให้เหลือน้อยตัว ส่วนการเข้าซื้อช่วงนี้ เน้น Selective Buy ในหุ้น Defensive
ล็อคเป้าลงทุน : ยังมอง SET มีความผันผวนสูง แนะนำในหุ้น defensive & valuation play ที่คาดว่าจะเป็นหลุมหลบภัยยามตลาดปรับลดลงและผันผวนสูง ADVANC EA GULF PTT TU
แนะนำ GULF งบ 1Q64 กําไรปกติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการปีนี้ หนุนจากกำลังการผลิตใหม่ และรายได้เงินปันผลจาก INTUCH คาดกำไรปีนี้โตเด่นกว่า 72%YoY และยังคงแนะนำ ADVANC หุ้นหลุมหลบภัยยามตลาดผันผวน ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยกดดันไปแล้ว แนวโน้มผลประกอบการ 2H64 คาดกำไรดีขึ้น YoY ส่วนปี 65 คาดกำไรจะกลับมาเติบโตได้ดี
สถานการณ์ตลาดหุ้นต่างประเทศ - น้ำมัน – ค่าเงิน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (17 พ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,327.79 จุด ลดลง 54.34 จุด (-0.16%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,163.29 จุด ลดลง 10.56 จุด (-0.25%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,379.05 จุด ลดลง 50.93 จุด หรือ (-0.38%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 3.03 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 106.74 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 243.94 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (17 พ.ค.) ปิด 66.27 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.4% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (17 พ.ค.) อยู่ที่ 1.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 31.46/47 แนวโน้มอ่อนค่าตามภูมิภาคจากกังวลระบาด ให้กรอบ 31.40-31.55
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB