หุ้นไทย (7 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,612.59 จุด เพิ่มขึ้น +1.06 จุด
หุ้นไทย (7 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,612.59 จุด เพิ่มขึ้น +1.06 จุด (+0.07%) มูลค่าการซื้อขาย 88,490.01 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในแดนบวก รับ Sentiment จากการเริ่มต้นเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศ ครึ่งวันแรกฉีดไปแล้วประมาณ 1.4 แสนโดส จากนี้ก็ต้องติดตามต่อไปว่าวันถัดไปจะยังเร่งฉีดวัคซีนได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะสร้างความคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้มากขึ้น ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ
ขณะที่ตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้แกว่งในแดนลบ เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สติดลบเล็กน้อย หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ต้องจับตาการปรับลดการทำ QE จะเกิดขึ้นหรือไม่ และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ต่อไปอีก
ปัจจัยที่จะต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าของสหรัฐฯจะออกมาในวันที่ 8 มิ.ย., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค.ของจีน วันที่ 9 มิ.ย., CPI เดือน พ.ค.ของสหรัฐฯ วันที่ 10 มิ.ย. ต้องจับตาว่าจะเร่งตัวขึ้นไปอีกแค่ไหน นอกจากนี้ในวันที่ 10 มิ.ย.จะมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) แต่คาดว่าคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (8 มิ.ย.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ออกด้านข้าง หลังจากวันนี้ตลาดฯฟื้นตัวแรงและกระแทกลงบ้างในระหว่างวัน แต่ก็พยายามรักษาระดับดัชนีฯให้ยืนเหนือ 1,600 จุดก่อน
พร้อมให้แนวรับ 1,605 จุด ส่วนแนวต้าน 1,625 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,667.29 ล้านบาท ปิดที่ 121.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,731.83 ล้านบาท ปิดที่ 41.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
OR มูลค่าการซื้อขาย 2,343.34 ล้านบาท ปิดที่ 31.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,116.36 ล้านบาท ปิดที่ 14.00 บาท ลดลง 0.30 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,816.44 ล้านบาท ปิดที่ 102.50 บาท ลดลง 1.00 บาท
ปิดการซื้อขายเช้า ระดับ 1,621.28 จุด เพิ่มขึ้น 9.75 จุด (+0.60%) มูลค่าการซื้อขายราว 49,949.74ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้น รับ Sentiment บวกจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศเป็นวันแรก ซึ่งช่วยหนุนตลาดฯได้ในระยะสั้นในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องดูความต่อเนื่องของการฉีดวัคซีนด้วย ทำให้เปีนความคาดหวังการเปิดเมืองในช่วงปลายปีนี้ อีกทั้งภูเก็ตก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยได้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้แล้ว
พัทยา ประชาชนฉีดวัคซีนเข็มแรกคึกคัก
คาด“ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”ต่างชาติเข้าไทยน้อย
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ซึ่งปัจจัยนอกประเทศจะต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯมากขึ้นหลังจากที่เริ่มมีการพูดถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกันมากขึ้น และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐก็ยังออกมาพูดว่า อัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ก็อาจจะเป็นผลดี
อย่างไรก็ดี ให้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะออกมาในวันพฤหัสนี้ และจับตาทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และการชะลอทำโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐฯด้วยว่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดหรือไม่ รวมถึงรอติดตามการประชุมเฟดในช่วงกลางเดือนนี้
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ดัชนีฯสามารถยืนเหนือ 1,600 จุด ได้ ระยะสั้นจึงดูดี และมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วย ซึ่งก็มองว่าตลาดฯคงจะแกว่ง Sideway up ในกรอบ โดยมีแนวรับ 1,600-1,610 จุด ส่วนแนวต้าน 1,625 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,362.41 ล้านบาท ปิดที่ 120.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
OR มูลค่าการซื้อขาย 1,569.41 ล้านบาท ปิดที่ 31.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,537.39 ล้านบาท ปิดที่ 14.00 บาท ลดลง 0.30 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,301.77 ล้านบาท ปิดที่ 41.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,281.06 ล้านบาท ปิดที่ 102.00 บาท ลดลง 1.50 บาท
หุ้นไทย (7 มิ.ย.64) เปิดการซื้อขาย 1,621.87 จุด เพิ่มขึ้น +10.34 จุด (+0.64%) มูลค่าการซื้อขาย 11,567.08 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดฯได้รับแรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่ และหุ้น KBANK รวมถึงรายการทำ Big log จากหุ้น INTUCH ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ ทำให้ต้องติดตามทิศทาง Fund Flow ว่ายังซื้อต่อเนื่องหรือไม่ หากยังซื้ออยู่ตลาดฯก็มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ และการกระจายการฉีดวัคซีน รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 มิ.ย.นี้
พร้อมให้แนวรับ 1,600-1,604 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620-1,627 จุด
สถานการณ์ต่างประเทศ
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 5.30 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 272.48 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 67.5 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (4 มิ.ย.) ปิด 69.62 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.2%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 มิ.ย.) อยู่ที่ 1.36 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 31.18/21 แข็งค่ามองกรอบ 31.10-31.25 จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB