หุ้นไทย (10 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขาย 1,625.27 จุด ลดลง -1.00 จุด
หุ้นไทย (10 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขาย 1,625.27 จุด ลดลง -1.00 จุด (-0.06%) มูลค่าการซื้อขาย 105,961.36 ล้านบาท
นายวิจิตร อายะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบ sideway ตามทิศทางตลาดทั่วโลกที่รอผลกาประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI)ของสหรัฐ ในคืนนี้ ภาพระยะสั้นเป็นการแกว่งตัวรอ ขณะเดียวกันไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาด้วย
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในประเทศที่มีโมเมมตัมการฉีดวัคซีนดีขึ้นเรื่อยๆ โดยฉีดได้วันละ 3-4 แสนโดส เป็นแรงสนับสนุนตลาด และมีการหมุนเล่นกลุ่ม Domestic play เช่น ท่องเที่ยว ค้าปลีก ช่วยพยุงตลาดได้บ้าง
แต่ตลาดก็ไปไหนได้ไม่ไกล เพราะนักลงทุนรอตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน พ.ค.ของสหรัฐโดยคาดว่าจะออกมาเพิ่มขึ้น 4.7% จากเดือนเม.ย.ที่เพิ่มขึ้น 4.2% และจะนำไปสู่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ หากมีการเร่งตัวขึ้นจะส่งให้ตลาดอาจมีจังหวะถอยบ้าง เพราะกลัวว่าจะมีการปรับลดการทำ QE แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อปรับขึ้นไม่มากกว่าที่ตลาดคาดคงไม่ได้กังวลมาก เพราะเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นมามาจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว และสหรัฐมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าปกติ และมองว่าเงินเฟ้อหลังไตรมาส 3 น่าจะไม่สูง เพราะรัฐบาลจะไม่อัดฉีดเงินแล้ว
พร้อมให้แนวรับที่ 1,615 จุด แนวต้านที่ 1,635 จุด สำหรับวันพรุ่งนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า แม้พรุ่งนี้จะปลดล็อกเรื่องเงินเฟ้อ แต่ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมเฟด ที่จะเป็นไฮไลท์ของตลาดที่ต้องติดตามต่อไป
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 6,579.05 ล้านบาท ปิดที่ 127.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
TTA มูลค่าการซื้อขาย 2,862.95 ล้านบาท ปิดที่ 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 2,763.52 ล้านบาท ปิดที่ 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.75 บาท
BDMS มูลค่าการซื้อขาย 2,579.31 ล้านบาท ปิดที่ 22.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,406.64 ล้านบาท ปิดที่ 65.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
หุ้นไทย (10 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขายเช้า 1,628.51 จุด เพิ่มขึ้น +2.24 จุด (+0.41%) มูลค่าการซื้อขายราว 63,957.78 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวแคบในแดนบวกที่รับ Sentiment บวกตามตลาดภุมิภาค ที่คลายกังวลจากกรณีสหรัฐและจีนมีข้อพิพาทการค้า โดยทั้งสองประเทศเตรียมหารือตาม Trade deal ประกอบกับความคาดหวังเปิดเมืองจากที่บ้านเรากระจายฉีดวัคซีนได้เร็ว
ผ่านฉลุย! สภาฯเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท
เปิดขั้นตอนการขอรับจัดสรร "วัคซีนตัวเลือก ซิโนฟาร์ม"
อย่างไรก็ตาม ดัชนีมี upside จำกัดเนื่องจากคืนนี้ตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐว่าจะออกมามากกว่าที่คาดไว้ 4.7% หรือไม่
เพราะอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนนี้ด้วย
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่าย นายณัฐพล คาดว่า ตลาดจะทรงตัว โดยให้แนวรับที่ 1,625 จุด แนวต้านที่ 1,640 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,865.32 ล้านบาท ปิดที่ 127.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 1,847.33 ล้านบาท ปิดที่ 61.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท
TTA มูลค่าการซื้อขาย 1,763.98 ล้านบาท ปิดที่ 18.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท
BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,550.91 ล้านบาท ปิดที่ 22.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 1,376.60 ล้านบาท ปิดที่ 63.00 บาท ลดลง 0.75 บาท
หุ้นไทย เปิดการซื้อขาย 1,633.40 จุด เพิ่มขึ้น +7.13 จุด (+0.44%) มูลค่า 20,688.20 ล้านบาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่ามีโอกาสที่จะ ปรับตัวขึ้น
ราคาทองวันนี้ – 10 มิ.ย. 64 ปรับราคา 2 ครั้ง ลดลงอีก 50 บาท
ปัจจัยหนุนกระจายการฉีดวัคซีนต่อเนื่อง โอกาสนำวัคซีนทางเลือกเข้ามาเพิ่มเติม หากยังมีทิศทางแบบนี้จะทำให้ช่วงปลายปีนี้ประเทศไทยจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความมั่นใจและเงินทุนไหลเข้ามาต่อเนื่องตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ประเด็นติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะยังคงใช้มาตรการทางการเงินที่ผ่านคลายต่อเนื่อง รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศออกมาในวันนี้
พร้อมให้แนวรับ 1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,630-1,640 จุด
สถานการณ์ต่างประเทศ
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ เมื่อคืนนี้ (9 มิ.ย.) แรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม จับตา ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมกลางเดือนนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,447.14 จุด ลดลง 152.68 จุด หรือ -0.44% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,219.55 จุด ลดลง 7.71 จุด หรือ -0.18% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,911.75 จุด ลดลง 13.16 จุด หรือ -0.09%
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้ เคลื่อนไหวในแดนลบ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อคืนนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,587.53 จุด ลดลง 3.87 จุด หรือ -0.11%, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,799.74 จุด ลดลง 61.06 จุด หรือ -0.21% และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 28,792.02 จุด เพิ่มขึ้น 49.39 จุด หรือ +0.17%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 มิ.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานในสหรัฐและยุโรป
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 69.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดทรงตัวที่ 72.22 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2562
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB