หุ้นไทยวันนี้ (14 ก.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,569.70 จุด ลดลง -1.29 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (14 ก.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,569.70 จุด ลดลง -1.29 จุด (-0.08%) มูลค่าการซื้อขาย 72,585.78 ล้านบาท
นายวิจิตร อายะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวน รับปัจจัยลบจากเงินเฟ้อสหรัฐฯพุ่งขึ้น และบ้านเราก็ตอบรับเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดไปแล้ว ขณะที่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดในประเทศ ในส่วนของการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด และวัคซีน อย่างไรก็ดี เมื่อดัชนีฯลงไปแถวแนวรับสำคัญที่ 1,560 จุด ก็มีแรงดีดกลับได้บ้างจากแรงซื้อที่เข้ามา ซึ่งตลาดฯยังไม่มีปัจจัยอะไรมาทำให้ตลาดฯปรับตัวขึ้นไปได้
พร้อมกันนี้ให้ติดตามการการประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ที่จะเริ่มทยอยออกมาในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยเริ่มที่ TISCO ก่อน ทำให้อาจมีแรงเก็งกำไรเข้ามาได้บ้าง อีกทั้งจะมีการทำพรีวิวผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งถ้าออกมาดีก็จะมีแรงเก็งกำไรเข้ามาช่วยหนุนตลาดได้ด้วย
ส่วนนอกประเทศให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของจีนในวันพรุ่งนี้ จะออกมาทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) งวดไตรมาส 2/64, ยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงให้ติดตามประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงต่อสภาคองเกรสในวันที่ 14-15 ก.ค.นี้ ซึ่งให้ติดตามมุมมองในเรื่องเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย และโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ไปก่อนในช่วงรอปัจจัยใหม่เข้ามา พร้อมให้แนวรับ 1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,580 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 4,637.29 ล้านบาท ปิดที่ 78.75 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,866.52 ล้านบาท ปิดที่ 56.75 บาท ลดลง 1.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,872.48 ล้านบาท ปิดที่ 114.50 บาท ลดลง 2.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,641.01 ล้านบาท ปิดที่ 37.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 1,487.98 ล้านบาท ปิดที่ 4.84 บาท ลดลง 0.02 บาท
หุ้นไทยวันนี้ (14 ก.ค.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,563.66 จุด ลดลง 7.33 จุด (-0.47%) มูลค่าการซื้อขายราว 37,920 ล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบกัน จากความกังวลเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่พุ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทำให้วิตกถึงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ แต่มองว่าช่วงสั้นเงินเฟ้อสหรัฐฯได้ถึงจุดพีคไปแล้วเมื่อเทียบจากปีฐานในไตรมาส 2/63 ที่ต่ำมาก
ส่วนบ้านเราจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 วันนี้ขึ้นมาใกล้ระดับหมื่นราย ทำให้ยังไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ดีใจเรื่องที่จะมีวัคซีนทางเลือก ทำให้ดัชนีฯเมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่ผ่าน 1,570 จุด ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างฐานก่อน อย่างไรก็ดี สามารถเข้าซื้อรอได้ โดยเน้นกลุ่ม Global play ส่วน Domestic play ยัง underperform อยู่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด และบ้านเรายังฉีดวัคซีนได้น้อยอยู่มากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
พร้อมกันนี้ให้ติดตามประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงต่อสภาคองเกรสในวันนี้ และพรุ่งนี้ และติดตามความคืบหน้าวัคซีนทางเลือก รวมถึงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะเรื่องการตั้งสำรองฯ และหนี้สงสัยจะสูญจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งสร้างฐาน โดยมีแนวรับ 1,563-1,553 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570-1,578 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,855.28 ล้านบาท ปิดที่ 77.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,098.77 ล้านบาท ปิดที่ 56.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,006.97 ล้านบาท ปิดที่ 114.00 บาท ลดลง 2.50 บาท
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 990.41 ล้านบาท ปิดที่ 4.86 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
HANA มูลค่าการซื้อขาย 885.84 ล้านบาท ปิดที่ 74.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
หุ้นไทยวันนี้ (14 ก.ค.64) ลดลง -4.08 (-0.26%) ที่ระดับ 1,566.91 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขาย 13,919.02 ล้านบาท (เวลา 10:21 น.)
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะผันผวนแกว่งขึ้น-ลง เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯพุ่งขึ้น ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า และยังต้องรอติตดามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อคณะกรรมาธิการในสภาฯคืนนี้ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับมีความกังวลผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิดต่อเศรษฐกิจเอเชียแล้วอาจฉุดรั้งเศรษฐกิจทั่วโลกด้วยหรือไม่
ราคาทองวันนี้ – 14 ก.ค. 64 ตลาดเงียบเหงา ปรับราคาเพียง 2 ครั้ง
สำหรับตลาดบ้านเราปรับตัวขึ้นมาตอบรับเรื่องมาตรการคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไปแล้ว โดยวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศยังพุ่งขึ้น และแผนด้านวัคซีนยังไม่มีความแน่นอน ด้านตลาดในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบคละกัน เป็นผลจากปัจจัยภายในแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ดี แนะติดตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/64 ของจีนที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้ และการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์เริ่มจาก TISCO พร้อมเตือนระวังกลุ่มการเงินหลังรัฐฯสั่งการให้ช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งก็ต้องรอติตดามว่าจะมีมาตรการใดออกมาหรือไม่
พร้อมให้แนวรับ 1,555-1,550 จุด ส่วนแนวต้านหลักให้ไว้ที่ 1,580 จุด หากไม่ผ่านก็มีโอกาสปรับตัวลงได้สูง
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (13 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,888.79 จุด ลดลง 107.39 จุด (-0.31%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,369.21 จุด ลดลง 15.42 จุด (-0.35%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,677.65 จุด ลดลง 55.59 จุด (-0.38%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 5.69 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 200.93 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 1.98 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (13 ก.ค.) ปิด 75.25 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.6%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (13 ก.ค.) อยู่ที่ 2.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 32.67 อ่อนค่าหลังดอลล์แข็งค่า จากเงินเฟ้อสหรัฐสูงเกินคาดหนุนเฟดขึ้นดบ.เร็วขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB