หุ้นไทย (19 ก.ค.64) ปิดร่วง 18.36 จุด
หุ้นไทย (19 ก.ค.64)ปิดร่วง 18.36 จุด ที่ระดับ 1,556.01 จุด ลดลง -18.36 จุด (-1.17%) มูลค่าการซื้อขาย 66,729.12 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่ง Sideway Down ปรับลงมากกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียติดลบราว 0.7-0.8% จากความเสี่ยงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่ระบาดรุนแรงในหลายประเทศ ส่วนบ้านเราเจอแรงกดดันยกระดับล็อกดาวน์เข้มขึ้นสกัดการแพร่ระบาด หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งต้องติดตามว่าจะพุ่งทำจุด Peak เมื่อใด
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันกดดันตลาดหลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันรวม 2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยให้ทยอยปรับเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือน ส.ค.ไปจนถึงเดือน ธ.ค.64
อย่างไรก็ดี แนะนำติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ และจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะเป็นอย่างไร หากชะลอลงก็มีโอกาสที่ตลาดฯจะรีบาวด์ขึ้นมาได้ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ก.ค.นี้
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ค.) นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,530-1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,565-1,570 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 2,938.16 ล้านบาท ปิดที่ 5.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 2,553.01 ล้านบาท ปิดที่ 80.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,480.34 ล้านบาท ปิดที่ 36.50 บาท ลดลง 1.00 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,972.73 ล้านบาท ปิดที่ 14.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,546.89 ล้านบาท ปิดที่ 59.75 บาท ลดลง 0.75
หุ้นไทย (19 ก.ค.64)ปิดการซื้อขายเช้ายังร่วงแรง -15.50 จุด ที่ระดับ 1,558.87 จุด (-0.98%) มูลค่าการวื้อขาย 35,425.27 ล้านบาท
นายวิจิตร อายะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลง รับปัจจัยลบทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ โดยต่างประเทศมาจากราคาน้ำมันที่ถอยลงหลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันรวม 2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยให้ทยอยปรับเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนส.ค.ไปจนถึงเดือนธ.ค.64
สธ.เซ็นสัญญาซื้อไฟเซอร์ 20 ล้านโดสวันนี้
ทำความเข้าใจ "พักหนี้ 2 เดือนช่วยผู้ประกอบการ" ตั้งแต่ งวด ก.ค.เป็นต้นไป
ทำให้เห็นภาพรวม Supply ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Demand น่าจะชะลอตัวลงด้วยซ้ำจากการแพร่ระบาดโควิดกลายพันธุ์ที่กลับมาในหลายประเทศ
ส่วนปัจจัยในประเทศเป็นเรื่องของมาตรการคุมเข้มของภาครัฐฯในการยกระดับการควบคุมมากขึ้น ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 13 จังหวัด และจำกัดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ยังเชื่อว่ามาตรการที่ออกมายังไม่เพียงพอที่จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศถอยลงได้ ดังนั้นจึงมองว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังไม่น่าไว้วางใจ
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างก็ติดลบกัน จากความกังวลภาพเศรษฐกิจโลกที่จะกลับมาชะลอตัวหลังจากที่เผชิญการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แบบกลายพันธุ์อีกรอบ
ทั้งนี้ สัปดาห์นี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ และในช่วงกลางสัปดาห์ให้ติดตามตัวเลขการส่งออกของไทย รวมถึงติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการของทั้งสหรัฐฯ และยุโรปที่จะทยอยออกมา
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งในกรอบแดนลบอยู่ โดยมีแนวรับหลักที่ 1,550 จุด หากหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,530 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,570 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,481.31 ล้านบาท ปิดที่ 80.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 1,079.28 ล้านบาท ปิดที่ 54.50 บาท ลดลง 2.25 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,050.98 ล้านบาท ปิดที่ 14.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 993.05 ล้านบาท ปิดที่ 36.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 953.15 ล้านบาท ปิดที่ 4.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท
หุ้นไทย (19 ก.ค.64)เปิดการซื้อขายร่วง -19.32 จุด ที่ระดับ 1,555.05 จุด (-1.23%) มูลค่าการซื้อขาย 8,345.84 ล้านบาท รัฐบาลจ่อยกระดับล็อกดาวน์ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดทะลุหมื่นรายต่อวันและทำนิวไฮรายวัน
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway Down หลังจากที่รัฐบาลได้ยกระดับการล็อกดาวน์หลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดทะลุหมื่นรายต่อวัน และวันนี้ก็เช่นกันจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมีกว่าหมื่นรายได้ทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งก็ควบคุมการแพร่ระบาดก็มีทั้งการจำกัดกิจกรรมและเพิ่มพื้นที่ควบคุมด้วย
การบินพลเรือนฯ ประกาศห้ามบินรับส่งผู้โดยสาร พื้นที่สีแดงเข้ม เริ่ม 21 ก.ค. นี้
บางกอกแอร์เวย์ส แจ้งยกเลิกบางเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว เริ่ม 21 ก.ค. นี้
นอกจากนี้ ตลาดฯก็คงจะได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันฟิวเจอร์สที่ปรับตัวลงในเช้านี้ หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันรวม 2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยให้ทยอยปรับเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนส.ค.ไปจนถึงเดือนธ.ค.2564 ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะติดลบกันเฉลี่ย 0.5-0.6%
สัปดาห์นี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ก.ค.นี้ รวมถึงตัวเลขการค้าของไทยที่จะออกมาในวันที่ 21 ก.ค. อีกทั้งติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการ ของสหรัฐฯ และยุโรปที่จะทยอยออกมาในวันที่ 23 ก.ค.นี้
พร้อมให้แนวรับ 1,565-1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,580 จุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB