หุ้นไทยวันนี้ (21 ก.ค.64) ปิดการซื้อขาย +2.02 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (21 ก.ค.64) ปิดการซื้อขาย +2.02 จุด (+0.13%) ที่ระดับ 1,540.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 73,683.46 ล้านบาท แกว่งไซด์เวย์ ช่วงเช้าบวกตามตลาดหุ้นทั่วโลกแต่ไปได้ไม่ไกลทำให้ย่อตัวลง เหตุยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามา
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ ช่วงเช้าบวกตามตลาดหุ้นทั่วโลกแต่ไปได้ไม่ไกลทำให้ย่อตัวลง เหตุยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามา การเคลื่อนไหวคล้ายกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวในแดนบวกแต่ปิดทั้งบวก-ลบค่อนข้างผันผวน ส่วนตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้บวกราว 1% เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ แต่มองเป็นเทคนิคเคิลรีบาวด์หลังลงไปก่อนหน้านี้ และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกเร่งตัวขึ้น
ส่วนบ้านเราสถานกาณณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังแย่ กดดันตลาดฯให้มี upside ไม่กว้าง อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป หลังจากกลุ่มแบงก์ออกมาไม่ดีนัก ทำให้คาดว่าอาจจะมีการปรับประมาณการ อีกทั้งแนวโน้มยังอาจต้องตั้งสำรองฯสูงขึ้นในไตรมาส 3/64 รับผลกระทบโควิด และยังต้องช่วยเหลือลูกหนี้ด้วย ส่วนพรุ่งนี้แนะติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.) นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 7,624.07 ล้านบาท ปิดที่ 105.00 บาท ลดลง 4.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,564.72 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,117.85 ล้านบาท ปิดที่ 58.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,933.62 ล้านบาท ปิดที่ 79.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,907.63 ล้านบาท ปิดที่ 177.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
หุ้นไทยวันนี้ (21 ก.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้าที่ระดับ 1,533.65 จุด ลดลง -5.21 จุด (-0.34%) มูลค่าการซื้อขาย 38,162.91 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งทรงตัว คล้ายกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวบวก-ลบสลับกัน ในช่วงรอติตดามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของแต่ละตลาดฯ และได้ตอบรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ยังมีความรุนแรงไปบ้างแล้ว
“บิ๊กตู่” เรียกประชุมศบศ.ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-เยียวยา
ทั้งนี้ ตลาดบ้านเราได้รับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ แม้ว่าผลประกอบการออกมาไม่แย่ แต่มีการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19
สายด่วน1330 กด 15 ประสานรับตัวผู้ป่วยโควิด-19 กลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา
เกณฑ์กรมควบคุมโรค "เสี่ยงแบบไหนควรตรวจโควิด-19"
อีกทั้งหุ้น SCC และ BANPU ปรับตัวลงด้วยปัจจัยเฉพาะตัว มีเพียงหุ้นในกลุ่มสื่อสารและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวขึ้นมาหนุนตลาดฯได้บ้าง จากการับประโยชน์เงินบาทอ่อนค่า
อย่างไรก็ดี บ่ายนี้แนะติดตามผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและซีอีโอภาคเอกชนในเรื่องการรับข้อเสนอต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และพรุ่งนี้จะมีประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอย่างไร
ฝ่ายวิจัยหยวนต้าได้ประเมินผลกระทบจากการล็อกดาวน์ 13 จังหวัดในครั้งนี้อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจคิดเป็นวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาทต่อเดือน ขณะที่เม็ดเงินเยียวยามี 4-5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ยังไม่ Cover กับสิ่งที่เสียไป ดังนั้นเชื่อว่าภาครัฐฯจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมออกมาอีก
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งทรงตัว โดยมีแนวรับ 1,535-1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545 จุด แนะติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ และตัวเลขส่งออกของไทยที่เลื่อนออกไปเป็นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ส่วนนอกประเทศติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 22 ก.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ และยุโรป
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,937.04 ล้านบาท ปิดที่ 105.50 บาท ลดลง 3.50 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,528.10 ล้านบาท ปิดที่ 57.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,456.40 ล้านบาท ปิดที่ 35.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,258.73 ล้านบาท ปิดที่ 13.30 บาท ลดลง 0.50 บาท
SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,159.91 ล้านบาท ปิดที่ 406.00 บาท ลดลง 16.00 บาท
หุ้นไทยวันนี้ (21 ก.ค.64) เปิดการซื้อขาย +5.17 จุด (+0.34%) ที่ระดับ 1,544.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,960.81 ล้านบาท รีบาวด์ในกรอบจำกัด เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ ไทยผลประกอบการกลุ่มแบงก์อาจช่วยพยุงตลาดฯได้บ้าง รวมถึงการซ็นสัญญาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส แต่มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มขึ้นดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นผลในทางที่ดีขึ้นเท่าใดนัก เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันยังพุ่งสูงกว่าหมื่นราย
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ในกรอบจำกัด เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างฟื้นตัวขึ้น ตามตลาดสหรัฐฯ และยุโรปหลังจากปรับตัวลงไปมาก จากความกังวลการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หนัก
ราคาทองวันนี้ – 21 ก.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง กลับมาเท่าราคาเปิดตลาด
ขนส่งฯ สั่งห้าม...! รถโดยสารสาธารณะ - รถส่งสินค้า เข้า - ออก 13 จังหวัดสีแดงเข้ม
แต่ทางฝั่งสหรัฐและยุโรปฉีดวัคซีนกันไปมากแล้ว ทำให้แถบเอเชียดูแย่กว่า ส่วนบ้านเราก็ยังฉีดวัคซีนได้น้อย ดังนั้นการปรับตัวขึ้นของตลาดบ้านอาจจำกัดคงเป็นลักษณะรีบาวด์เพื่อลงต่อ
อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ประกาศออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีน่าจะช่วยพยุงตลาดฯได้บ้าง และไทยเซ็นสัญญาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดสทำให้อุ่นใจได้มากขึ้น แต่มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มขึ้นดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นผลในทางที่ดีขึ้นเท่าใดนัก เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันยังพุ่งสูงกว่าหมื่นราย
แนะติดตามตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยคาดว่าจะเกินดุล และการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ ซึ่งวันนี้จะมี KBANK, SCB, KTB ส่วนนอกประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกัน และการประกาศผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดสำคัญ ๆ ด้วย รวมถึงจับตาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯด้วย
พร้อมให้แนวรับ 1,530-1,515 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550 จุด
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (20 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,511.99 จุด เพิ่มขึ้น 549.95 จุด ( +1.62%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,323.06 จุด เพิ่มขึ้น 64.57 จุด (+1.52%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,498.88 จุด เพิ่มขึ้น 223.89 จุด (+1.57%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 6.26 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 358.9 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 79.97 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (20 ก.ค.) ปิด 67.42 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.5%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (20 ก.ค.) อยู่ที่ 2.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 32.83/84 ตลาดจับตาผลประชุม ECB คาดกรอบวันนี้ 32.75-32.90
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB