หุ้นไทยวันนี้ (27 ส.ค.64) ปิดการซื้อขาย เพิ่มขึ้น +9.29 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (27 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,611.20 จุด เพิ่มขึ้น +9.29 จุด (+0.58%) มูลค่าการซื้อขาย 95,446.43 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,132.37 ล้านบาท ปิดที่ 123.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 3,317.98 ล้านบาท ปิดที่ 83.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,915.54 ล้านบาท ปิดที่ 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,685.67 ล้านบาท ปิดที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,473.06 ล้านบาท ปิดที่ 37.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
นายชัยยศ จิวางกุร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียและตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ต่างเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบไร้ทิศทาง เนื่องจากรอถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จากการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็คสันโฮล
ขณะที่ตลาดบ้านเราได้รับแรงหนุนจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.).คลายล็อกดาวน์บางส่วน แต่ในระหว่างเทรดช่วงบ่ายดัชนีฯอ่อนตัวลงบ้างหลังเทคนิคเข้าใกล้เขต Overbought แล้ว ขณะเดียวกันก็ยังรอผลประชุมเฟดด้วย
แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายชัยยศ กล่าวว่า ทิศทางตลาดฯขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งออกมาในทางบวกก็จะช่วยขับเคลื่อนตลาดฯให้ปรับขึ้นได้ แต่หากออกมาในทางลบ โดยเฉพาะปรับลด QE เร็วกว่าตลาดคาดปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าจะส่งผลลบต่อตลาดฯ และยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศสำคัญ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่จะออกมาด้วย
หุ้นไทยวันนี้ (27 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายครึ่งวันเช้าเพิ่มขึ้น +8.83 จุด ที่ระดับ 1,610.74 จุด (+0.55%) มูลค่าการซื้อขาย 50,933.16 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
"ประยุทธ์"ถกคลายล็อก"ร้านอาหาร - ตัดผม"
ราคาทองวันนี้ – 27 ส.ค. 64 ปรับราคา 2 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 28,300
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,234.74 ล้านบาท ปิดที่ 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,175.72 ล้านบาท ปิดที่ 122.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,511.56 ล้านบาท ปิดที่ 37.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 1,382.05 ล้านบาท ปิดที่ 80.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
7UP มูลค่าการซื้อขาย 1,205.43 ล้านบาท ปิดที่ 1.73 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าคาด จากแรงซื้อเข้ามาที่หุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์และพลังงาน แสดงให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยแม้วานนี้จะขายออกมาบ้าง อีกทั้งคาดหวังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ล็อกดาวน์ระดับหนึ่ง และคงจะทยอยคลายล็อกเพิ่มอีกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดฯเป็นบวกได้จากหุ้นจำพวก Domestic play ในธีมการเปิดเมือง และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้ก็จะช่วยหนุนแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ
อย่างไรก็ดี ตลาดวันนี้คงจะไม่ปรับขึ้นแรงเพราะต่างต้องการอดูถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จากการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็คสันโฮลว่าจะส่งสัญญาณการปรับลด QE หรือไม่ อย่างไร
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ทั้งบวก-ลบเล็กน้อย โดยสัปดาห์หน้าต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศสำคัญ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งแถว 1,600 จุด พร้อมให้แนวรับ 1,600-1,585 จุด ส่วนแนวต้าน 1,610-1,620 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (27 ส.ค.64) เปิดการซื้อขายลดลง -0.64 จุด คาดพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นไป 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง ยืนเหนือ 1,600 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นไป 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง โดยอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็คสันโฮล และราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงเนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าจากความกังวลการแพร่ระบาดโควิดในต่างประเทศ
หุ้นไทย (26 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายเพิ่มขึ้น +1.42 จุด
เปิดข้อเสนอจาก สธ. ผ่อนคลายบางกิจการ ด้วยมาตรการ COVID Free Program
ส่วนบ้านเราก็ให้ติดตามการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ในวันนี้ คาดหวังผ่อนคลายล็อกดาวน์ เฟสแรกน่าจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเปิดเมือง (Reopening) ได้บ้างแต่คงไม่มาก เพราะส่วนหนึ่งได้รับรู้ไปแล้ว แต่ก็ยังมีความคาดหวังคลายล็อกในเฟสต่อ ๆ ไป
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะติดลบเล็กน้อย โดยให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐทั้งดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ค.และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.ในวันนี้
พร้อมให้แนวรับ 1,595-1,590 จุด ส่วนแนวต้าน 1,605-1,610 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ คาดอ่อนตัว จากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนผลประชุมเฟด
กลยุทธ์การลงทุน:
SET เริ่มชะลอตัว และคาดวันนี้อ่อนตัวด้วยเผชิญแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนผลประชุมเฟดที่อาจมีการประกาศลด QE ขณะที่มาตรการคลาย lockdown ที่จะประกาศวันนี้ มองดัชนีขึ้นมารับรู้แล้ว ด้านแนวต้านอยู่ที่ 1606 และ 1612 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1590 และ 1580 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ หาจังหวะลงทุนหุ้น big cap ที่มีพื้นฐานดี สัดส่วน 25% ด้านการ Selective Buy หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน:
> หาจังหวะเข้าลงทุนหุ้น big cap ที่มีพื้นฐานดี เป็น growth stock ที่ได้ประโยชน์จาก hope phase แนะนำ OSP BEM AOT CPALL BGRIM
> Selective buy หุ้นปัจจัยพื้นฐานดี 1) หุ้นแนวโน้มกำไรเติบโตดี SCGP GPSC GULF SFT 2) หุ้นที่มี pricing power สูง กลุ่มเดินเรือ-โลจิสติกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ KCE HANA III WICE PSL RCL เน้นเก็งกำไร กำหนด stop loss ทุกครั้ง
> แนะนำ CPALL คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวเด่นใน 4Q64 จากการผ่อนคลายล็อคดาวน์ และเก็งกำไร NYT ราคาหุ้นปรับลงสะท้อนประเด็นลบไปมากแล้ว ทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง คาด div.yield 8% ต่อปี
สถานการณ์อื่นๆ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,213.12 จุด ลดลง 192.38 จุด หรือ -0.54% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,470.00 จุด ลดลง 26.19 จุด หรือ -0.58% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,945.81 จุด ลดลง 96.05 จุด หรือ -0.64%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งรายงานที่ว่า การผลิตน้ำมันในเม็กซิโกเริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากเกิดเหตุเพลิงไหม้แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 94 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.18 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 71.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.81/82 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.73/75 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB