หุ้นไทย (11 ต.ค.64) ปิดการซื้อขายลดลง -5.97 จุด
หุ้นไทย (11 ต.ค.64) ปิดการซื้อขายลดลง -5.97 จุด ที่ระดับ 1,633.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 82,978.81 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 4,741 ล้านบาท ปิดที่ 4.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,519 ล้านบาท ปิดที่ 138.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
STARK มูลค่าการซื้อขาย 4,113 ล้านบาท ปิดที่ 4.54 บาท ลดลง 0.76 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,752 ล้านบาท ปิดที่ 13.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,334 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
หุ้นไทย (11 ต.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้า -4.90 จุด ที่ระดับ 1,634.51 จุด มูลค่าการซื้อขาย 48,671.45 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
ส่องความสำเร็จ "Squid Game" แรงส่งซีรีส์เกาหลีให้คนทั่วโลกรู้จักมากขึ้น
ด่วน!! วันนี้ "นนท์พร้อม" รับ walk in ฉีดวัคซีนโควิด 8,000 คน
STARK มูลค่าการซื้อขาย 2,875.41 ล้านบาท ปิดที่ 4.62 บาท ลดลง 0.68 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,451.41 ล้านบาท ปิดที่ 139.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,806.64 ล้านบาท ปิดที่ 4.12 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,800.33 ล้านบาท ปิดที่ 13.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,771.15 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย จากนักลงทุนยังรอดูตัวเลขเงินเฟ้อของ สหรัฐ และการรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะออกมาช่วงคืนวันพุธ (13 ต.ค.64) ประกอบในวันพุธนี้ ยังเป็นวันหยุดของไทยด้วย ทำให้นักลงทุนอยู่ในช่วงของการรอดูสถานการณ์ไปก่อน (wait&see) โดยคาดในช่วง ต้นสัปดาห์ วันจันทร์และอังคารนี้ ตลาดฯ น่าจะมีลักษณะของการแกว่งไซด์เวย์ ยังไม่มีทิศทางชัดเจนมากนัก
การลงทุนวันนี้จึงเป็นลักษณะการเข้าลงทุนในหุ้นรายกลุ่ม รายตัว เช่น หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งนอกจากราคา น้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ก็ยังมีประเด็นของเงินเฟ้อ ที่เป็นตัวแทนของการป้องกันเงินเฟ้อ รวมถึงหุ้นกลุ่ม Reopening ที่ยังคง Laggard อยู่
ขณะที่ในประเทศ คาดได้รับปัจจัยบวกจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ATK ที่ปรับตัวลดลง จากระดับ 1 หมื่นราย เป็น 2 พันราย ส่งผลดีต่อหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการ Reopening
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายสุโชติ กล่าวว่า ตลาดฯ น่าจะยังคงเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบสลับ กัน ให้แนวรับ 1,630 จุด และแนวต้าน 1,660 จุด
หุ้นไทย (11 ต.ค.64) ตลาดหุ้นไทยวันนี้จะปรับตัวขึ้น จากปัจจัยหนุนของราคาโภคภัณฑ์ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ทำให้แรงหนุนในหุ้นกลุ่มพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะปรับตัวขึ้น จากปัจจัยหนุนของราคาโภคภัณฑ์ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ทำให้แรงหนุนในหุ้นกลุ่มพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อตลาด และการฟื้นตัวของเงินเฟ้อทั่วโลกที่เร่งตัวขึ้นตามมาก็เป็นสิ่งที่ประคองหุ้นกลุ่มธนาคารเอาไว้ ด้านตลาดภูมิภาคเอเชียวันนี้คาดจะเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์จนถึงบวกในกรอบแคบ คล้ายกับตลาดหุ้นไทยเช่นกัน
อุตุฯ เตือนภัย พายุดีเปรสชัน “ไลออนร็อก” เหนือ-อีสานรับมือฝนตกหนัก
เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 เปิดลงทะเบียนรับเงินสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน เริ่ม 15 ต.ค.นี้
และตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศยังค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งยังเป็นสิ่งที่สนับสนุนหุ้นกลุ่ม Reopening และยังต้องจับตาดูมาตรการภาครัฐที่จะประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในวันที่ 14 ต.ค.นี้อีกด้วย
คำแนะนำการลงทุนวันนี้แนะนำหุ้น TOP จากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และแนะนำกลุ่มธนาคารอย่าง KBANK จากบอนยีลด์โลกที่ปรับตัวขึ้นและเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น
พร้อมให้กรอบแนวรับที่ 1,626 จุดและแนวต้านที่ 1,646 จุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB