หุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ย.64) ปิดการซื้อขาย ลดลง 1.22 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ย.64) ปิดการซื้อขาย ลดลง 1.22 จุด หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KCE มูลค่าการซื้อขาย 2,967.52 ล้านบาท ปิดที่ 90.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท
MTC มูลค่าการซื้อขาย 1,833.37 ล้านบาท ปิดที่ 61.00 บาท ลดลง 2.25 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,612.94 ล้านบาท ปิดที่ 387.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,604.06 ล้านบาท ปิดที่ 148.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,560.13 ล้านบาท ปิดที่ 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
ส่วนหุ้น DELTA วันนี้ฟื้นตัวขึ้นได้บ้างหลังเจอแรงขายจากความวิตกจะถูกถอดออกจาก SET50/SET100 ตามเกณฑ์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหุ้น GULF ก็ได้รับแรงกดดันไปด้วยหากใช้เกณฑ์ใหม่ใช้ในการคัดหุ้นเข้า SET50/SET100 ซึ่งมองว่าหุ้น GULF ก็มีโอกาสที่จะหลุดด้วย
สัปดาห์นี้แนะติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัท และจับตาอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่จะประกาศในวันนี้ คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับสูง
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวลง แต่ดัชนีฯก็ยังยืนเหนือระดับ 1,626 จุดได้เป็นวันที่ 4 โดยตลาดฯรับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ นำโดย MTC หลังงบฯออกมาต่ำกว่าตลาดคาดไว้ ทำให้ถูกปรับลดราคาเป้าหมายและกำไรปีนี้ลง ทำให้หุ้น TIDLOR และ SAWAD โดนหางเลขราคาลงตามไปด้วย โดยมองว่าจะได้รัลผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิแคบกว่าที่ประเมิน สะท้อนการแข่งขันรุนแรง และอาจส่งผลไปถึงไตรมาส 4/64 ด้วย
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยยัง Laggard เมื่อเทียบกับตลาดอื่น ทำให้น่าจะเริ่มกลับมาได้หลังจากยอดฉีดวัคซีนต้านโควิดสูงขึ้นมาก และยังจะมีการจัดซื้อยารักษาโควิดเพิ่มเข้ามาอีก สร้างความมั่นใจให้กับการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก อีกทั้งเชื่อว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย และตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ ต่างก็เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบสลับกัน หลังจากสะท้อนงบฯของบริษัทในแต่ละตลาดกันไปแล้ว และอยู่ในช่วงรอปัจจัยกระตุ้นใหม่เข้ามาด้วย
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,626 จุด ส่วนแนวต้าน 1,635-1,640 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ย.64) ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่จะติดลบ
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
โลกจะยังคงร้อนขึ้น 2.4 องศาฯ ต้องลดก๊าซเรือนกระจกครึ่งหนึ่งใน 10 ปี
ยังขาดเงินจ่ายชาวนาอีก 76,000 ล้านบาท ด้าน ธกส.โอนงวดแรกถึงมือชาวนาแล้ว 5 แสนครัวเรือน
KCE มูลค่าการซื้อขาย 2,041.64 ล้านบาท ปิดที่ 90.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท
MTC มูลค่าการซื้อขาย 1,073.85 ล้านบาท ปิดที่ 59.50 บาท ลดลง 3.75 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 936.20 ล้านบาท ปิดที่ 390.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท
IRPC มูลค่าการซื้อขาย 884.67 ล้านบาท ปิดที่ 4.12 บาท ลดลง 0.10 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 866.60 ล้านบาท ปิดที่ 74.00 บาท ลดลง 1.25 บาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่จะติดลบ โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน, ฮ่องกง และเกาหลีใต้ติดลบราว 1% ขณะที่รอบบ้านเราติดลบราว 0.5-0.7% ถือว่าตลาดหุ้นไทยติดลบน้อยกว่าภูมิภาค
การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นผลจากความกังวลเงินเฟ้อของสหรัฐฯกดดันทั่วโลก โดยวานนี้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ต.ค.ของสหรัฐฯ
ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต พุ่งขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน ก.ย.ยังอยู่ในระดับสูง และคืนนี้ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ก็น่าจะเร่งตัวเช่นกัน ซึ่งจะกดดัน Sentiment การลงทุน ตลาดหุ้นจึงยังไปได้ไม่ไกล
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)คาดการณ์อุปทานน้ำมันจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งการที่ทางสหรัฐฯจะพยายามปล่อยน้ำมันก็อาจไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก ทั้งนี้ ตลาดบ้านเราซึมตามต่างประเทศแต่ไม่ได้ลงมาก แนะรอย่อตัวค่อยซื้อ แม้งบฯไตรมาส 3/64 ไม่ดีแต่ถือเป็น Bottom แล้ว จากนั้นช่วงไตรมาส 4/64 คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นได้
อย่างไรก็ดี วันนี้ให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ต้องติดตามทิศทางเศรษฐกิจเป็นหลัก รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการปรับน้ำหนักลงทุนของ MSCI ด้วย
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯคงอยู่ในลักษณะซึม โดยมีแนวรับ 1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,640 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ย.64) พร้อมกลยุทธ์ลงทุน คาดว่าจะแกว่ง Sideway up จากเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จับตาประชุม กนง.
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up จากเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น น่าจะช่วยดึง Fund Flow ให้เข้ามาได้ ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ก็คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อน
ราคาทองวันนี้ – 10 พ.ย. 64 ปรับราคา 4 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 28,800
โฆษกรัฐบาล ยัน "งานลอยกระทง" ปีนี้ จัดได้ นายกฯไม่เคยสั่งเบรก
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบสลับกันในช่วงรอดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พร้อมให้แนวรับ 1,617 จุด ส่วนแนวต้าน 1,640 จุด
ด้าน บล.กรุงศรี มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้คาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,635-1,640 จุด ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือ 84 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จากคาดการณ์ Demand เพิ่มขึ้นหลังหลายประเทศเปิดเมือง รวมถึงรับผลดีจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัว และช่วงประกาศงบไตรมาส 3/64 อาจจะยังกดดันดัชนีให้ผันผวนในระหว่างวันได้
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ คาด ปรับขึ้นได้จาก fund flow ไหลเข้าเป็นปัจจัยหนุน
กลยุทธ์การลงทุน:
คาด SET ปรับขึ้นได้ โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) เงินบาทแข็งค่าอย่างมีอัตราเร่ง กระตุ้นแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ 2) ราคาน้ำมันปรับขึ้นเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน และ 3) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้าง Sentiment เชิงบวก โดย SET มีแนวต้านถัดไปที่ 1635 และ 1640 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับที่คาดเป็นจุดรองรับได้อยู่ที่ 1620-1626 จุด กลยุทธ์การลงทุนใช้การ Selective Buy หรือเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน:
> พอร์ตหลัก : ราคาหุ้นโรงไฟฟ้า GULF BGRIM GPSC ปรับลงแรงเกือบ 5% หลังตลาดกังวล 3Q64 กำไรทรุดจากต้นทุนพุ่ง แต่มองเป็นโอกาสซื้อหลังต้นทุนและ Bond Yield เริ่มปรับลง ทั้งราคาหุ้นซึมซับประเด็นลบไปพอสมควรแล้ว ทำให้ Valuation น่าสนใจมากขึ้น
> พอร์ตเทรดดิ้ง : SPALI กำไร 3Q64 แข็งแกร่งตามเราคาด แต่ดีกว่าตลาดคาด 12% ขณะที่ 4Q64 คาดเป็นจุดสูงสุดปีนี้ โดยเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ทั้งนี้เรายังเลือก SPALI เป็น Top Pick กลุ่มอสังหาฯ และแนะนำ tactical call ไว้ที่ Outperform
> Conviction : แนะนำ IVL กำไร 3Q64 ดีกว่าคาด หนุนให้ตลาดปรับเพิ่มประมาณการฯ ปีนี้ขึ้น ส่วน 4Q64 คาดกำไรดำเนินงานฟื้นขึ้น และแนะนำ BCP มีโอกาสที่งบ 3Q64 ออกมาดีกว่าตลาดคาด และราคาน้ำมันฟื้นช่วงสั้น
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (9 พ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,319.98 จุด ลดลง 112.24 จุด (-0.31%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,685.25 จุด ลดลง 16.45 จุด (-0.35%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,886.54 จุด ลดลง 95.81 จุด (-0.60%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 76.40 จุด หรือ -0.26%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 25.69 จุด หรือ -0.10% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 8.06 จุด หรือ -0.23%
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ธ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (9 พ.ย.) ปิดที่ระดับ 84.15 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.22 ดอลลาร์ หรือ 2.7%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 พ.ย.) อยู่ที่ 7.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 32.80 แนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ติดตามประชุมกนง.ประเมินศก.ช่วงท้ายปี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB