หุ้นไทย (17 พ.ย.64) ปิดบวก 0.59 จุด พร้อมหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
หุ้นไทย (17 พ.ย.64) ปิดบวก 0.59 จุด แรงซื้อส่วนใหญ่เข้ามาที่หุ้นในกลุ่มธนาคาร จากความคาดหวังเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,690.32 ล้านบาท ปิดที่ 4.24 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,249.47 ล้านบาท ปิดที่ 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 2,839.57 ล้านบาท ปิดที่ 67.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท
JMT มูลค่าการซื้อขาย 2,310.31 ล้านบาท ปิดที่ 58.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
SCGP มูลค่าการซื้อขาย 2,106.20 ล้านบาท ปิดที่ 63.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าปรับตัวขึ้นได้ดี ก่อนที่จะเผชิญแรงขายออกมาจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน อย่างหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น แต่ก็มีแรงซื้อส่วนใหญ่เข้ามาที่หุ้นในกลุ่มธนาคาร จากความคาดหวังเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น โดยคาดว่าหลายสำนักวิจัยจะมีการปรับประมาณการ GDP ของไทยปีนี้ดีขึ้นหลังจากที่ GDP งวดไตรมาส 3/64 ออกมาดีกว่าคาด และหุ้นในกลุ่มแบงก์บางตัวยังได้เสริมหนุนจากปัจจัยเฉพาะตัวด้วย อย่างกรณีของ JMT จะร่วมทุน KBANK ทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์
นอกจากนี้ ผลประกอบการงวดไตรมาส 3/64 ของบริษัทจดทะเบียนออกมากันครบแล้ว ซึ่งไม่ได้แย่หรือดีมาก แต่มองงบฯไตรมาส 3/64 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ และคาดว่าไตรมาส 4/64 จะดีขึ้นได้ ส่วนหุ้นในกลุ่มลิสซิ่งก็ปรับขึ้นตามปัจจัยเฉพาะตัว
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาควันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้บวกเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวกได้เล็กน้อย ตอบรับ Sentiment ดีจากการประชุมของผู้นำสหรัฐฯ และจีน ที่ออกมาในทางบวก อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของอียู และอังกฤษ ส่วนสหรัฐฯ ให้ติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) นายศราวุธ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวในกรอบ 1,640-1,650 จุด
หุ้นไทย (17 พ.ย.64) แกว่ง Sideway up หลังจากยังไม่มีปัจจัยมากระทบหนัก พร้อมกลยุทธ์ลงทุน
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up หลังจากยังไม่มีปัจจัยมากระทบหนัก แม้ยังวิตกการเจรจาของผู้นำสหรัฐและจีนอยู่บ้าง แต่น้ำหนักก็ออกมาในเชิงบวกเล็กน้อย อีกทั้งผลกำไรไตรมาส 3/64 ของบริษัทจดทะเบียนไทยก็ออกมาทะลุ 2 แสนล้านบาท ซึ่งดีกว่าตลาดคาด รวมถึงเงินบาทก็อยู่ในทิศทางแข็งค่าด้วย โดยรวมดูแล้วน่าจะเป็นบวกต่อตลาดฯ
ไฟเซอร์แบ่งสูตรยา 'แพกซ์โลวิด' รักษาโควิด ให้ฟรี 95 ชาติ ไทยตกขบวน
ไทยยังเจอโควิดทุกจังหวัด เปิดประเทศ บินเข้าไทย 5.5 หมื่นแล้ว 10 ประเทศเข้าไทยยังพบเชื้อโควิด
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบราว 0.5-1% โดยยังต้องติดตามผลสืบเนื่องจากการเจรจาของผู้นำสหรัฐและจีนว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และบ้านเราก็ให้ติดตามการปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ฯหลังบริษัทจดทะเบียนแจ้งงบไตรมาส 3/64 ครบถ้วน และได้รับข้อมูลชี้แจงเพิ่มเตืมแล้ว รวมถึงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศ และความคืบหน้ามาตรการของภาครัฐ
พร้อมให้แนวรับ 1,633 จุด ส่วนแนวต้าน 1,650 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ ปรับขึ้นได้ภายใต้ภาวะที่ผ่อนคลายและ fund flow หนุน
กลยุทธ์การลงทุน:
คาด SET ปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1650 และจุดสูงเดิมบริเวณ 1657 จุด ตามลำดับ ด้วยปัจจัยหนุนภาวะตลาดที่ผ่อนคลายหลังการพูดคุยระหว่างไบเดน และสีจิ้นผิง ออกมาราบรื่น และได้แรงบวกจาก fund flow ไหลเข้า รวมถึง sentiment บวกจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ ด้านแนวรับที่คาดเป็นจุดรองรับได้อยู่ที่ 1640 และ 1633 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์การลงทุน ใช้การ Selective Buy หรือเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน:
Core Portfolio : BDMS น่าสนใจในฐานะหุ้น laggard play โดยราคายังไม่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานมากนัก ขณะที่การดำเนินงานในส่วนของการรักษาโรคที่ไม่ใช่โควิด-19 และบริการผู้ป่วยต่างชาติส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น
Weekly Theme : KBANK ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นในระยะสั้น ขณะที่ valuation ยังน่าสนใจและเป็นหนึ่งในผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง
Daily Focus : แนะนำ NER หลังคาดได้ Sentiment บวกจากราคายางเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่ 4Q64 คาดกำไรยังเติบโตดี YoY แต่ยังหลีกเลี่ยง/Short หุ้นกลุ่มเรือเทกอง (TTA, PSL) จากค่าระวางยังลงต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB