OR โชว์กำไรไตรมาส 1 แตะ 3,845 ล้านบาท อานิสงค์น้ำมันโลกพุ่ง-ผ่อนคลายโควิด
บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ OR แจ้งกำไรไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 63.3% จากไตรมาสก่อน และลดลง 3.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูง และผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
โควิดวันนี้ (11พ.ค.65) ยอดติดเชื้อเพิ่ม PCR 7,650 ราย ส่วน ATK แตะ 9,000 กว่าราย
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ชื่อหลักทรัพย์ OR ประกาศผลดำเนินงานบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.3% จากไตรมาสก่อน และลดลง 3.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีรายได้ 177,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,452 ล้านลาท หรือ 12.3% จากไตรมาสก่อน และ เพิ่มขึ้น 55,492 ล้านบาท หรือ 50.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ที่เริ่มผ่อนคลายการควบคุมโควิด-19 ด้านอุปทานยังตึงตัวจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้รายได้ของทั้งกลุ่ม Mobillity และกลุ่มธูรกิจ Global เพิ่มขึ้น ปริมาณการขายน้ำมันก็เพิ่มขึ้นทั้งสองกลุ่มธุรกิจ โดยเพิ่ม 3.8% และ 9.0% ตามลำดับ สำหรับกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้ลดลงจากไตรมาสก่อน
EBITDA ในไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 6,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,049 ล้านบาท หรือ 46.4% จากไตรมาสก่อน
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิลดลง 14.8% ส่วนใหญ่ คือ ค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย รวมถึงค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา
กลุ่มธุรกิจ Mobillity มีรายได้และบริการ เพิ่มขึ้น 18,369 ล้านบาท หรือ 12.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 55,492 ล้านบาท หรือ 50.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุราคาขายปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 814 ล้านลิตร หรือ 13.8%
กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้ขายและบริการลดลง 291 ล้านบาท หรือ 5.8% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 681 ล้านบาท หรือ 16.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการฟื้นตัวกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 หลัก ๆ มาจากรายได้ธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 452 ล้านบาท และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 229 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2565 กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีเครือข่ายธุรกิจร้านค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม 3,984 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้าน Cafe Amazon จำนวน 3,685 สาขา ที่ในไตรมาส 1/2565 มีปริมาณจำหน่ายรวม 83 ล้านแก้ว ลดลงประมาณ 4 ล้านแก้ว หรือ 4.6% จากไตรมาสก่อน
กลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ขายและบริการ เพิ่มขึ้น 2,544 ล้านบาท หรือ 29.3% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 4,774 ล้านบาท หรือ 73.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นทุกประเทศ ทั้ง ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ สปป.ลาว
ณ 31 มี.ค. 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 220,025 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,366 ล้านบาท หรือ 6.0% จากสิ้นปี 2564 และมีหนี้สินรวม 116,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,617 ล้านบาท หรือ 7.6% จากสิ้นปี 2564
ดีอีเอสสั่งรวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องโฆษณาลาซาด้า
“ชาบี” รับชวดคว้าตัว “ฮาแลนด์” เพราะเรื่องเงิน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB