อินทัชกำไรไตรมาสแรกลด 4% จากส่วนแบ่งกำไรเอไอเอสลด-ไทยคมขาดทุน
อินทัช กำไรสุทธิไตรมาสแรก 2,552 ล้านบาท ลดลง 4.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากส่วนแบ่งกำไรเอไอเอสลดลงและขาดทุนจากไทยคม
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH รายงานว่า ผลการดําเนินงานของกลุ่มอินทัช ในไตรมาส 1/2565 มีกําไรสุทธิรวม จํานวน 2,552 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของสวนแบ่งผลกําไรจากเอไอเอส เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่ายจากที่รับมอบใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิร์ตซ์ เมื่อเดือนเมษายน 2564 สุทธิ กับการลดลงของผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
การลดลงของสวนแบ่งผลกําไรจากไทยคม สวนใหญ่เป็นผลจากมีสวนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ไตรมาส 1/2564 มีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ผลการดําเนินงานเฉพาะบริษัท ในไตรมาส 1/2565 อินทัชมีส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทย่อยและบริษัทร่วม จํานวน 2,574 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากปีก่อน เนื่องจากการลดลงของผลกําไรของเอไอเอสและไทยคม
สําหรับค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน รวมถึงค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารอยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 58 จากในไตรมาส 1/2564 โดยเป็นผลจากการปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อช่วงสิ้นปี 2564
ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมภายในประเทศ
สภาวะตลาดและการแข่งขัน แม้ว่าประเทศไทยได้เปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยว และยกเลิกมาตรการการปิดเมืองแล้ว แต่ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโอไมครอนยังคงสร้างแรงกดดันต่อการใชจ่าย สำหรับบริการโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภค ประกอบกับในไตรมาสนี้ไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยสนับสนุนการใชจ่ายของผู้บริโภคเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 1/2564
ดังนั้น สภาวะการแข่งขันในตลาดธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงยังคงรุนแรง เนื่องจากกําลังการใชจ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอ ส่งผลให้ผู้ให้บริการยังคงนําเสนอแพ็กเกจดาต้าแบบใชงานไม่จํากัด(Unlimited data plan) ในระดับราคาตํ่าเพื่อรักษาฐานลูกค้า นอกจากนี้เนื่องจากผู้ให้บริการพยายามเพิ่มจํานวนลูกค้าที่สมัครใช้บริการ 5G จึงทําให้มีการแข่งขันที่รุนแรงในบางพื้นที่เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าใหม่
แต่ ปัญหาการขาดแคลนชิปเซ็ต (Chipset shortage) มีผลกระทบต่อจํานวนมือถือรุ่นที่รองรับ 5G ซึ่งเป็นปัจจัยที่ชะลอการขาย 5G อยู่บ้าง
สําหรับตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงมีความต้องการที่แข็งแกร่งจากการทํางานจากบ้าน ในขณะที่ระดับราคาเริ่มต้นของแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงอยู่ประมาณ 400 บาท โดยสภาวะการแข่งขันนั้น ผู้ให ้บริการยังคงมุ่งเน้นไปที่คุณภาพการบริการและการนําเสนอบริการเสริม เช่น การรับประกันคุณภาพการบริการ แพ็คเกจบริการที่เหนือกว่า และคอนเทนท์ระดับพรีเมียมเพื่อเพิ่ม ARPU
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการยังคงเสนอสวนลดราคาแพ็กเกจให้กับลูกค้าใหม่ ่และลูกค้าที่ต้องการย้ายค่าย สงผลให้ระดับ ่ ARPU ของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มลดลง
สําหรับธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จํานวนผู้ใชบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเพิ่มขึ้นเป็น 44.6 ล้านเลขหมาย โดยมีจํานวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 0.51 ล้านเลขหมายในไตรมาสนี้ โดยเป็นการเติบโตของทั้งลูกค้าระบบเติมเงิน (+0.27 ล้านเลขหมาย) และลูกค้าระบบรายเดือน (+0.24ล้นเลขหมาย) เป็นผลจากแคมเปญส่วนลดค่าเครื่องและมาตรการดูแลรักษาลูกค้า (Churn Management) ที่ดีขึ้น จากระดับการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนตัวท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโอไมครอน และการแข่งขันด้านราคา โดยภาพรวมระดับ ARPU เฉลี่ยอยู่ที่ 216 บาท/เลขหมาย/เดือน
สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เอไอเอส ไฟเบอร์ มีการเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีจํานวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิ 93,100 ราย ในไตรมาส 1/2565 ส่งผลให้เอไอเอส ไฟเบอร์ มีจํานวนผู้ใชบริการ ณ สำหรับไตรมาสนี้ ทั้งสิ้น 1,865,100 ราย เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการที่แข็งแกร่งจากกระแสการทํางานจากที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการแข่งขันด้านราคาในตลาดยังคงรุนแรงจากการเสนอขายแพ็กเกจราคาตํ่า และการให้สวนลดเพื่อจูงใจลูกค้าใหม่และตอบสนองต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนตัว โดย ARPU อยู่ที่ 446 บาท/ราย/เดือน
ธุรกิจดาวเทียม
ในไตรมาส 1/2565 กลุ่มไทยคมมีการลงนามบันทึกข้อตกลง บันทึกความเข้าใจ และประกาศความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและนอกประเทศเพื่อให้การดําเนินงานสอดคล้องกับกลยุทธ์การดําเนินธุรกิจของไทยคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและขยายบริการร่วมกับพันธมิตร เพื่อชวยเสริมศักยภาพและการบริการของไทยคมให้เพิ่มมากขึ้น เชน่ การนําเทคโนโลยีด้านดาวเทียมมาใช้ในการประกันภัยพืชผล การจัดการด้านความปลอดภัยสําหรับธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงอุตสาหกรรมทางทะเลในภูมิภาค และการยกระดับการออกอากาศทีวีดาวเทียมบนระบบคลาวด์เป็นครั้งแรกของไทยคม
ณ สิ้น ปี 2564 ดาวเทียมที่ไทยคมให้บริการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 โดยอัตราการใช ้บริการของลูกค้าของทั้งสองดวง ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีอัตราการใช้บริการของลูกค้าเมื่อเทียบกับความสามารถในการให้บริการของดาวเทียม อยู่ที่ระดับร้อยละ 54 ลดลงจากร้อยละ 57 ณ สิ้นปี 2564
โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้งานลดลงของลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศลาว
ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 กลุ่มแอลทีซี(การร่วมค้าของไทยคม) มีจํานวนผู้ใชบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ รวมทั้งสิ้น 2.02 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากจํานวน 2.01 ล้านราย ณ สิ้น ปี 2564
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB