“เศรษฐกิจถดถอย” ตลอดปี65 โอกาสสะสม 2 กลุ่มหุ้นเติบโตระยะยาว
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ชี้เศรษฐกิจถดถอยกดดันหุ้นทั่วโลกถึงปลายปี65 แนะลงทุนหุ้นกลุ่มไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า มุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ปัจจัยเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอลง และเส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Yield Curve) ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวกลับมาในระดับที่ใกล้ตัดกัน (Inverted) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย และจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่เหลือของปี
โดยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ซึ่งจากสถิติพบว่า ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยกำไรรวมของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาดัชนี S&P 500 ลดลงเฉลี่ยถึง 25% จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่มที่ผลประกอบการผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มพลังงาน และกลุ่มการเงิน
ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ประเมินว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกได้ซึมซับผลกระทบจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดไปมากแล้ว สะท้อนจากดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ที่เข้าสู่ภาวะตลาดหมีหลังดัชนีลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี ในขณะที่ดัชนีแนสแด็ก (NASDAQ )ที่มีสัดส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสูง ได้ปรับตัวลดลงถึง 30%
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และจะเริ่มกลับมาลดลงในช่วงที่เหลือของปี เพราะคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เริ่มปรับตัวลดลง และตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอลง ซึ่งทำให้ตลาดเริ่มปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) โดยคาดว่า เฟด จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 3.5% ในช่วงปลายปีนี้ จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นไปถึง 4% ในกลางปีหน้า
อย่างไรก็ตาม แนะนำใช้โอกาสที่ตลาดปรับฐานทยอยสะสมหุ้นกลุ่มที่กำไรมีศักยภาพในการเติบโตสูงในระยะยาวและไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจระยะสั้นมากนัก ได้แก่
หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ (Healthcare) ที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตสูงในระยะยาว โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเฮลธ์แคร์มีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 10.2% ต่อปี และสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีโอกาสเติบโตอีกมากตามเมกะเทรนด์สังคมสูงอายุที่เกิดขึ้นทั่วโลก
กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี (Tech) หุ้นเติบโตสูง ที่ก่อนหน้านี้จะโดนเทขายอย่างหนัก เพราะได้รับผลกระทบจากขาขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล กดดันกระแสเงินสดในอนาคตมีมูลค่าลดลง แต่ในอนาคตแรงกดดันดังกล่าวน่าจะลดล งและทำให้หุ้นเริ่มฟื้นตัวได้ ขณะเฉลี่ยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเติบโตสูงถึง 10% ต่อปี สูงกว่าดัชนี S&P 500 ที่กำไรเติบโตโดยเฉลี่ย 7% ต่อปี
รฟท.ลุยรถไฟฟ้า ทางคู่ ชานเมือง เบิกจ่ายงบลงทุนเต็มกำลัง 100%
“เคอรี่” ตั้งเป้าพลิกมีกำไรปลายปี65 แย้มอาจปรับราคารับมือน้ำมันแพง
โควิดวันนี้ (28 มิ.ย.65) ติดเชื้อต่ำกว่า 2 พัน ปอดอักเสบเพิ่ม 638 ราย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB