บทเรียนนักลงทุนคริปโท ตั้งหลักอย่างไรดี เมื่อตลาดปั่นป่วน
ราคาคริปโทฯร่วงลงอย่างหนักในช่วงเลวเพียงไม่กี่เดือน หลังจากก่อนหน้านั้นสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความหวังสินทรัพย์ใหม่ของโลก
เมื่อ Doug Milnes เริ่มซื้อคริปโทเคอร์เรนซีในเดือนม.ค. ปีนี้ เขารู้สึกว่าสินทรัพย์ประเภทนี้เป็นสินทรัพย์ใหม่สำหรับนักลงทุนอย่างแท้จริง แต่เดียวนี้ผ่านไปจากต้นปีไม่กี่เดือน ตลาดคริปโทฯ ปั่นป่วน และทำให้รู้สึกถึงความไม่แน่นอนแบบสุด ๆ
Milnes เป็นผู้บริหารด้านการตลาดของบริษัท Summit ในนิวเจอร์ซีย์ โดยลงทุนซื้อสินทรัพย์คริปโทหลายประเภท รวมถึง ethereum ซึ่งราคาล่าสุดร่วงลงไป 60% จากที่ซื้อครั้งแรก คิดเป็น 2% ของพอร์ต แต่ตอนนี้มูลค่าเหลือราว 0.8% ของพอร์ต ทำให้เขาลังเลว่าจะขายทิ้งดีไหม หรือจะซื้อเพิ่ม
จ่อออกเกณฑ์คุมแบงก์ ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดฟังความเห็น 7-25 ก.ค.
ราคาบิตคอยน์ในรอบ 1 ปี
Milnes ก็เหมือนนักลงทุนคนอื่นที่อยู่ในอาการ "ไม่แน่ใจ" กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคริปโทฯผ่านช่วงเวลาเฟื่องฟูหลายครั้งและมีแนวโน้มราคาขยับขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าทิศทางของราคาว่าจะไปทางไหน เขาบอกว่าไม่รู้ว่าตอนตัดสินใจซื้อ "หน้ามืด"หรือเปล่า แต่ขณะนี้เป็นเรื่องยากมากจะเกิดความมั่นใจว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร
Milnes ไม่ได้เป็นนักลงทุนเพียงรายเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ แม้พยายาม"อ่านกราฟ" และ "เฝ้ารอ" แต่มูลค่าตลาดของคริปโทฯก็ร่วงเอา ๆ จากสูงสุดที่ระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2021 มาเหลือ 9 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 มิ.ย. แม้บางจังหวะจะฟื้นขึ้นมาบ้าง แต่การปรับลงมาหนัก ๆ ในช่วงที่ผ่าน ก็ทำให้เกิดความไม่แน่ใจ
ขณะที่บิตคอยน์ คริปโทฯที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาด ราคาร่วงจากจุดสูงสุดกว่า 67,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือระดับ 20,000 ดอลลาร์
ตลาดคริปโทฯอาจเรียกว่าอยู่ในภาวะ "ฝุ่นตลบ" ไม่รู้จะวิ่งไปทางไหน ราคาร่วงหนักกว่า 60% ในขณะที่ตลาด S&P 500 ตั้งแต่ต้นปีลงมา กว่า 19% และตลาด Nasdaq ลงมากกว่า 28%
แต่วิธีการรับมือตลาดในภาวะเช่นนี้ทำอย่างไรดี?
1. ประเมินความเสี่ยงที่รับได้
อันแรกสุด ในการลงทุนสินทรัพย์ใดก็ตาม คือ "ประเมินความเสี่ยง" หากคริปโทฯในปีนี้ยังผันผวน และหากไม่พร้อมที่จะรับความผันผวนเช่นนี้ได้ ก็อย่าไปคาดการณ์สิ่งที่มันเสี่ยงมาก ๆ ให้เสียเวลา เมื่อเราไม่อาจคาดการณ์ได้อย่างมั่นใจ
เพราะว่าหากยังลังเล ก็จะอาจสูญเสียมากขึ้น หากประเมินว่าเราไม่พร้อม ก็อย่าเสียเวลาไปถือสินทรัพย์ประเภทนี้ และไม่เป็นเรื่องน่าละอายแต่อย่างใดในโลกของการลงทุน ที่คุณจะขายออกไปและเผชิญกับการขาดทุน
2. ตัดขาดทุน
อาจจะสบายใจมากขึ้น หากเรายอมตัดการขาดทุน โดยดูว่ายอมขาดทุนได้ไหมในระดับปัจจุบัน เพราะการขาดทุนมีหน้าที่เหมือน ๆ กันในโลกการลงทุน ดังนั้นต้องประเมินว่ายอมรับได้ไหมกับการขาดทุนที่จะเกิดขึ้น หากยอมรับได้ ก็น่าจะพิจารณา แต่หากรับไม่ได้ ก็ย้อนกลับไปข้อ 1
3.ปรับพอร์ตใหม่
นักเก็งกำไรจำนวนมากมักจะมีการกันพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์และเก็บเงินสดไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้สามารถปรับพอร์ตลงทุนได้ในภาวะความผันผวน
ดังนั้น การกำหนดสัดส่วน "เม็ดเงิน" สำหรับการเก็งกำไรไว้สูงสุดที่สามารถทำได้ อย่างเช่น ดูว่าสินทรัพย์ทั้งหมด 100% นำมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงราว 5-10% ไม่ว่าจะเป็นคริปโท หรือ โลหะมีค่าอย่างทองคำหรือเงิน
ยกตัวอย่างพอร์ตของ Milnes แม้จะเสียหายมาก แต่มีเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสินทัพย์อื่น ๆ
“มีความไม่แน่นอนมากกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ผมไม่กังวล และคำแนะนำสำหรับคนที่จะลงทุนคริปโทฯ คือ อย่างใสไข่ในตะกร้าในเดียว"
แหล่งที่มา : REUTERS
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB