GULF ไร้สัญญาณอิ่มตัว ยังได้แรงหนุนค่าไฟฟ้า-ก๊าซพุ่งสูง
“กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี” ยังไม่สัญญาณการเติบโตที่ชะลอตัว โบรกมองได้ปัจจัยหนุนค่าไฟฟ้า และราคาก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมคาดมีเงินสำรองในมือ 6.5 หมื่นล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เผยผ่านบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ GULF โดยระบุว่า GULF กำลังได้รับผลประโยชน์จากราคาค่าไฟและก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น คาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยทบต้นเป็นเลขสองหลักอีกหลายปีต่อจากนี้ รวมถึงยังไม่เห็นสัญญาณบริษัทจะเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว หรือชะลอตัวของการเติบโต ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจเชิงรุกของบริษัท เนื่องจาก GULF กำลังก้าวสู่การเป็นยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทอาจก้าวขึ้นไปสู่ระดับล้านล้านบาทได้
โดย GULF ยังได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่สูงขึ้น แม้นายกรัฐมนตรี จะคัดค้านมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่จะปรับขึ้นราคาไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 65 จากราคา 4 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็น 4.72 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่มีการตอบรับอย่างใด ๆ จาก กกพ.
ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ประกาศเพิ่มค่าเอฟทีอีก 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ดันขึ้นอัตราค่าไฟเป็น 4.72 บาท โดยใช้ราคาอ้างอิงสำหรับการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม สอดคล้องกับ GULF ที่ขายไฟฟ้าราว 2.5-3.0 พันล้านหน่วยต่อปี ให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในปีในปี 2565-2566 ส่งผลค่าไฟทุก ๆ 1 บาทต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น จะคิดเป็นอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรเต็มปีของ GULF ในกรอบ 2-2.5 พันล้านบาท
ด้านก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จะยังคงนำเข้า LNG ในปริมาณมาก เนื่องจากแหล่งยานาดาในเมียนมา ผลผลิตอาจปรับลดลง แม้ก๊าซธรรมชาติแหล่งเอราวัณ อ่าวไทย ผลผลิตอาจปรับตัวขึ้นในปี 2566 และหากราคา LNG ยังคงอยู่ในระดับสูง จะทำให้ราคาก๊าซของ PTT ไม่สามารถปรับตัวลงได้มากนัก โดย บล.บัวหลวง คาดการณ์ราคาก๊าซเฉลี่ยปี 2566 อยู่ที่ 356 บาท/ล้านบีทียู ปรับลดลง 5% จากปีก่อน และเนื่องจากโรงไฟฟ้า IPP ของ GULF ทำงานในอัตราความร้อนที่ต่ำ จะทำให้กำไรต่อหน่วยมากขึ้นสำหรับรายได้จากค่าพลังงาน
นอกจากนี้ GULF ได้ประกาศขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานลม BKR2 ออกไป 25% คาดว่าจะสร้างผลกำไรอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท และจะถูกบันทึกเข้ามาในไตรมาสที่ 4/65 รวมถึงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ต่ำลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ออกหุ้นกู้มูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงอาจมีเงินสำรองอยู่ในมือบริษัทน่าจะเกินกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท บล.บัวหลวง มองว่าเงินจำนวนดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณบอกว่า GULF จะประกาศดีลใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะหนุนให้มีการปรับประมาณการกำไรขึ้น
สำหรับ GULF นอกจากมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งของธุรกิจไฟฟ้าแล้ว ยังมีธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ทั้งโทรคมนาคม ศูนย์ข้อมูล และการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์ ที่จะช่วยหนุนการเติบโต ดังนั้นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมกำไรของบริษัทมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับเลขสองหลักได้ต่ออีกเกือบ 2 ทศวรรษ
ทั้งนี้บริษัทกำลังก้าวขึ้นไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และอาเซียน รวมถึงอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งกำไรของบริษัทจะสูงกว่า AOT และ ADVANC ดังนั้นมูคค่าตลาดของบริษัทจึงมีโอกาสแตะระดับหนึ่งล้านล้านบาทในช่วงเวลานั้นได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB