รพ.เอกชน ปัจจัยหนุนเพียบ คาดปีนี้โต 42% จับตาลูกค้าประกัน ดันรายได้หลังโควิด
คาดการณ์ รพ.เอกชน เติบโตต่อเนื่องถึงปี 66 ทั้งรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มาตรการเปิดประเทศ เตรียมจับตาลูกค้าประกันสุขภาพจะช่วนหนุนรายได้หลังหมดโควิด-19
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในปี 2565 โดยยังคงได้รับปัจจัยจากการรับรักษาคนไข้ติดเชื้อโควิด-19 และความต้องการรักษาโรคที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 รวมถึงการเปิดประเทศที่ทำให้รายได้จากคนไข้ต่างชาติทยอยฟื้นตัว ส่งผลให้ในปี 2565 ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน มีโอกาสขยายตัว 42.5% จากปีก่อน (YoY)
ขณะที่ในปี 2566 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 19.8% จากปีก่อน คาดว่าสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ
ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวก และยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของลูกค้ากลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ทั้งจากอาเซียน จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง เนื่องจากเชื่อมั่นในคุณภาพการรักษา ค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพไม่สูงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน
ลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพจะช่วยหนุนรายได้หลังโควิด-19
ทั้งนี้ท่ามกลางสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง กำลังซื้อต้องเจอแรงกดดันจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง กลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่จะช่วยหนุนรายได้ของโรงพยาบาลเอกชน ต่อจากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และรายได้จากวัคซีนที่ทยอยหมดลง
โดยจากข้อมูลโครงสร้างการจ่ายค่ารักษาพยาบาลของคนไข้โรงพยาบาลเอกชนจาก Fitch Solutions พบว่า คนไข้ที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเองมีสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาเป็นลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มโรงพยาบาลในเครือ BDMS ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด
คนไทยสนใจซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น
คนไทยตื่นตัวในเรื่องของการดูแลสุขภาพจากวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับปานกลาง ซึ่งจากรายงานการศึกษา เรื่อง ประมาณการค่าใช้จ่ายสาธารณะด้านสุขภาพในอีก 15 ปีข้างหน้า ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า อัตราการใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าแปรผกผันกับรายได้ นั่นคือ เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นอัตราการใช้สิทธิจะลดลง และยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อไปโรงพยาบาลเอกชน หรือซื้อประกันสุขภาพ เพราะต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น
ทั้งนี้ เบี้ยประกันสุขภาพรวมครึ่งปีแรก 2565 มีมูลค่าเบี้ยประกันสุขภาพรวมมากกว่าครึ่งปีแรก 2562 ถึง 1.3 เท่า โดยKrungthai COMPASS มองว่า การขยายตัวของประกันสุขภาพยังมีช่องของการเติบโต เนื่องจากเบี้ยประกันสุขภาพรวมต่อจำนวนประชากรยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ในปี 2564 มีค่าประมาณ 1,691 บาทต่อคน
รัฐผ่อนคลายเดินทางเข้าประเทศ หนุนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ทยอยฟื้นตัว
ลูกค้ากลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เป็นลูกค้าสำคัญที่สร้างรายได้ให้โรงพยาบาลเอกชนให้เติบโตในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แต่เมื่อเกิดวิฤตทำให้รายได้ส่วนนี้ปรับลดลงจากการงดเดินทางระหว่างประเทศ ต่อมารัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศ และเริ่มเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 โดยการยกเลิก Thailand Pass ส่งผลให้รายได้ของโรงพยาบาลเอกชนที่พึ่งพารายได้จากคนไข้ต่างชาติในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในปี 2565 ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่คาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในปี 2566 โดยจากข้อมูลของกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) พบว่า รายได้จากคนไข้ต่างชาติมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และขยายตัวอย่างก้าวกระโดดมาตั้งแต่ไตรมาส 1/2565 ดังนั้นคาดว่าการเปิดประเทศจะยิ่งช่วยส่งเสริมให้ตลาดกลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ทยอยฟื้นตัวชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2565 รายได้จากการดำเนินธุรกิจและกำไรสุทธิของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 24 ราย มีรายได้รวม 125,499 ล้านบาท เติงโต 48.9% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 24,226 ล้านบาท เติบโตสูง 173.8% จากปีก่อน โดยกลุ่มลูกค้าหลักที่มาใช้บริการเป็นคนไข้ชาวไทย และยังได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ส่งผลดีต่อรายได้ของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่มีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติสูงอย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่ม BDMS
ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มวันแรก จันทร์ที่ 5 ก.ย.นี้
ลงดาบ "หมอบุญ" ปรับ 2.3 ล้าน ปมออเดอร์วัคซีนโควิด-19 ดันราคาหุ้น THG
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB