บิทคอยน์ ร่วงไม่หยุด เหลือ 18,822 ดอลลาร์ แตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน
ตลาดสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี วันนี้ราคายังคงอ่อนตัวเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูงทั่วโลก และธนาคารกลางหลายประเทศปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงวิกฤตบริษัทปล่อยกู้คริปโทฯรายใหญ่ต่างล้มละลาย
- บิทคอยน์ (Bitcoin) คริปโทฯที่ได้รับความนิยมสูงทั่วโลก ราคาลดลงราว 5.30% ที่ 18,822 ดอลลาร์ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. 65
- อีเธอเรียม (Ethereum) ราคาลดลงราว 8.17% อยู่ที่ระดับ 1,519 ดอลลาร์ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ไบแนนซ์ คอยน์ (Binance Coin) ราคาลดลงราว 5.73% อยู่ที่ระดับ 264 ดอลลาร์ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ด้านผู้เชี่ยวชาญคริปโทฯ มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ยังไม่ถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของตลาดบิทคอยน์ เพียงแต่ความผันผวนเริ่มชะลอตัวลงมาตลอด จึงทำให้เหล่าเทรดเดอร์มองหาทางเลือกอื่นในการลงทุนแทนคริปโทฯ
โดยจากข้อมูลตัวเลขความผันผวนเฉลี่ย 30 วันที่ผ่านมาของ บิทคอยน์ พบว่าได้ปรับลดลงเหลือ 2.7% จากกว่า 4% ในต้นเดือน ก.ค. อย่างไรก็ตามในช่วงตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา บิทคอยน์ เคยได้รับความนิยมถึงขีดสุด จนความผันผวนพุ่งแตะถึง 7%
สำหรับนักลงทุนระยะยาวแบบดั้งเดิม เช่น หุ้น และพันธบัตร การที่ความผันผวนของราคามีไม่มาก ถือว่าเป็นผลดีต่อการลงทุน แต่ไม่ใช่กับตลาดคริปโทฯ เนื่องจากยิ่งความผันผวนสูง จะทำให้เกิดการซื้อขายมากขึ้นตาม รวมถึงทำให้มีรายได้จากเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น
ก.ล.ต.แจ้งเอาผิด “Zipmex - ผู้บริหาร” ประวิงเวลาไม่ส่งข้อมูล ปมปิดเทรดคริปโทฯ
ก.ล.ต.ปรับ 2.7 ล้าน "ผู้บริหารทรู" ใช้ข้อมูลภายใน ห้ามบริหาร 12 เดือน
ตั้งแต่ปลายปี 64 ที่ผ่านมา ตลาดคริปโทฯ เริ่มเข้าสู่ภาวะขาลงมาโดยตลอด เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่แห่เทขายสินทรัพย์ จากวิกฤตเงินเฟ้อที่พุ่งสูงไปทั่วโลก ส่งผลให้บิทคอยน์มูลค่าลดลงราว 60% และอีเธอเรียม ลดลงราว 55% ซึ่งจากราคาที่ลดลงของ 2 สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก และการล้มลายของบริษัทปล่อยกู้คริปโทฯชื่อดัง ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตลาดคริปโทฯตามมา
ด้านประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) รายงานข้อมูลสถานการณ์คริปโทฯในประเทศ พบมูลค่าการซื้อขายในเดือน ส.ค. ลดต่ำสุดเหลือ 6.4 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 64 จากที่เคยมีมูลค่าซื้อขายสูงสุดที่ประมาณ 2.52 แสนล้านบาท เมื่อเดือน พ.ย. 64 และบัญชีซื้อขายก็เคลื่อนไหวลดลงเหลือเพียง 246,000 บัญชี (จากทั้งหมด 2.8 ล้านบัญชี)
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในไทย ก็เริ่มสนใจในคริปโทฯน้อยลงตามตลาดต่างประเทศเช่นกัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB