หุ้นไทยปิดเช้า +5 จุด สวนตลาดเอเชียร่วงระนาว ผวาประชุมเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง
ตลาดหุ้นเอเชีย มีการเคลื่อนไหวไม่มาก นักลงทุนเฝ้ามอง เฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย.นี้ คาดว่าเพิ่มขึ้น +0.75%
สถานการณ์ตลาดหุ้นในเอเชียเช้าวันนี้ (19 ก.ย. 65) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ เนื่องจากนักลงทุนกำลังเฝ้าจับตามองสถานการณ์ตลอดสัปดานี้ ซึ่งธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกจะมีการประชุมพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อชะลอเงินเฟ้อที่พุ่งสูง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เฟด (Fed) ที่นักลงทุนคาดการร์ว่ามีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. นี้
โดยดัชนี Nikkei ตลาดหุ้นญี่ปุ่นไม่มีการเคลื่อน เพราะวันนี้เป็นวันหยุด แต่ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์ส อยู่ในระดับ 27,345 จุด เมื่อเทียบกับดัชนีปิดตลาดวันศุกร์ ที่ 27,567 จุด
ดัชนี Hang Seng ตลาดหุ้นฮ่องกง ปรับลด -1.1% อยู่ที่ระดับ 18,553 จุด
ดัชนี ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับลด - 0.067% อยู่ที่ 6,734 จุด
ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ปรับลดลง -0.49% อยู่ที่ระดับ 3,111 จุด
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับลด -0.94% อยู่ที่ 2,360 จุด
ดัชนี MSCI's หุ้นเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ปรับลดลง -0.3%
ล่าสุดตลาดหุ้นไทย SET Index ปิดภาคเช้านี้ ปรับเพิ่มขึ้น 5.07 จุด หรือ +0.31% ที่ระดับ 1,635.47 จุด รวมมูลค่าซื้อขาย 35,136 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ในการประชุมรอบ ก.ย.65 ไม่น่าจะเกิน 0.75% และน่าจะชะลอตัวลงเหลือ 0.5 – 0.25% ต่อรอบ สนับสนุนด้วยความเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และหากการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ เงินเฟ้อ (CPI) รายเดือน จากนี้ไปอยู่ที่ระดับ 0.12% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งน่าจะทำให้เงินเฟ้อลงไปอยู่ในกรอบเป้าหมายราวกลางปี 2566 เหลือ 1.3% จากปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 37 บาทต่อดอลลาร์ แต่กระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เพียง 819 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายวิจัยฯเอเซียพลัส คาดหวังว่ากระแสเงินทุน จะไหลเข้าต่อในช่วงที่เหลือของปี 65 จาก 2 ปัจจัย คือ
1. ความเสี่ยงจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยในตลาดหุ้นไทยน้อยกว่าสหรัฐอเมริกา
2. ความคาดหวังการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียนจะทยอยเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ เตรียมรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
จากปัจจัยข้างต้น จะช่วยหนุนให้กระแสเงินทุน ยังมีโอกาสโยกย้ายจากตลาดหุ้นประเทศพัฒนา มาตลาดหุ้นกำลังพัฒนา รวมถึงไทยเหมือนกับในช่วงที่ผ่าน ๆ มา สะท้อนได้จาก 7 เดือนแรกของในปีนี้ ต่างชาติขายสุทธิหุ้นสหรัฐมูลค่ารวม 3.89 หมื่นล้านเหรียญ และเป็นการขายสุทธิทุกเดือนตรงข้ามกับตลาดหุ้นไทยที่ต่างชาติซื้อสุทธิสะสม 4.7 พันล้านเหรียญ (ytd) และเป็นการซื้อสุทธิถึง 7 ใน 9 เดือน
สัปดาห์นี้ กรอบเงินบาท 36.70-37.35 หลังอ่อนรอบ 15 ปี จับตาประชุมเฟด
ก.ล.ต.ไม่มีอำนาจดูแล Forex เหตุไม่ถือเป็นธุรกิจหลักทรัพย์-ผู้ให้บริการต้องขออนุญาต ก.คลัง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB