TU รับประโยชน์เต็ม ๆ เงินบาทอ่อนค่า คาดหนุนกำไรไตรมาส 3/65 โต +19%
“ไทยยูเนี่ยน” หรือ TU โบรกคาดการณ์กำไรไตรมาส 3/65 จะเติบโต +19% จากปีก่อน เหตุได้ปัจจัยหนุนเงินบาทที่อ่อนค่า ยอดขายเพิ่มขึ้น และราคาที่ปรับสูงขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เปิดรายงานบทวิเคราะห์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ TU ว่า จะได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังปี 2565 เพราะจะช่วยหนุนยอดขายในรูปของราคาขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหนุนอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ นอกจากนี้ ปัญหาเงินเฟ้อในส่วนของต้นทุนที่ปรับขึ้นแรงได้เริ่มที่จะผ่อนคลายลง เช่น ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ และค่าระวางเรือ ซึ่งจะหนุนการขยายตัวของกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2565
แนวโน้มรายได้ TU
โดยคาดการณ์ยอดขายรวมไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 39,800 ล้านบาท เติบโต +12% จากปีก่อน และ +2% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินบาทอ่อนค่าอย่างมาก ราคาขาย และวอลุ่มขายที่เพิ่มสูงขึ้น
ด้านอัตราแลกเปลี่ยน คาดค่าเงินเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จะเฉลี่ยที่ 36.35 บาทต่อดอลลาร์ ในไตรมาส 3/65 หรืออ่อนค่าลงราว -10% จากปีก่อน และ-6% จากเดือนก่อนหน้า โดยจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาขายในรูปของสกลุลเงินบาทให้เพิ่มมากขึ้นในไตรมาส 3/65
ยอดขายไตรมาส 3/65 คาดจะไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในสหรัฐฯ ในทางตรงกันข้าม ยอดขายอาหารทะเลแปรรูปของ TU มีแนวโน้มยังเติบโตแข็งแกร่ง และต้านทานกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ยอดขายอาหารทะเลแปรรูป คาดจะเติบโต +12% จากปีก่อน แต่ลดลลง -1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ราคารายเดือนของ ปลาทูน่ามหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ( WPO )
ยอดขายอาหารทะเลแช่แข็ง คาดมีแนวโน้มกลับมาเติบโตในระดับปกติที่ +2% จากปีก่อน และ +9% จากเดือนก่อนหน้า มีปัจจัยหนุจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้น
ยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง บรรจุภัณฑ์ และสินค้ามูลค่าเพิ่ม คาดเติบโต +38% จากปีก่อนหน้า และลดลง -3% จากเดือนก่อนหน้า มีปัจจัยหนุนจากปริมาณยอดขาย และราคาขายที่ปรับตัวสูง
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/65 คาดอยู่ที่ 18% ทรงตัวจากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นจาก 17.4% จากไตรมาส 2/65
นอกจากนี้ บล.บัวหลวง ยังคาดการณ์กำไรสุทธิของ TU ไตรมาส 3/65 จะอยู่ที่ระดับ 2,300 ล้านบาท เติบโต +19% จากปีก่อนหน้า และ +42% จากเดือนก่อนหน้า แต่หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักจะมีแนวโน้มอยู่ที่ 1,900 ล้านบาท เติบโต +23% จากปีก่อนหน้า และ+8% จากเดือนก่อนหน้า โดยสูงกว่าที่ประประมาณการก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากยอดขายเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว หักลบค่าใช้จ่าย ทั้งการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐฯ เรดล็อบสเตอร์ (Red Lobster) ที่มากขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB