KBANK กำไรพุ่ง 25.5% ไตรมาส3/65 แตะ 10,574 ล้านบาท
ธ.กสิกรไทย หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯรายงานผลกำไรไตรมาส 3/65 แตะ 10,574 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น +25.5% เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยหนุน พร้อมมองเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือปี 65 ยังคงเจอแรงกดดันจากต่างประเทศ ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย สงครามรัสเซีย-ยูเครน และเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอ กระทบการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากจีน ที่เป็นกลุ่มสำคัญในตลาดท่องเที่ยวไทย
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ของธนาคาร และบริษัทย่อย โดยมีกำไรสุทธิ 10,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,943 ล้านบาท เติบโต +25.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 41,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +4% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่ปรับเพิ่มขึ้น
เมื่อรวมงวด 9 เดือน ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 32,579 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดของเดียวกันของปีก่อนที่ 4,428 ล้านบาท หรือ +15.73%
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ อยู่ที่ 33,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,076 ล้านบาท หรือ +7.6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ่น +3.36% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยรับจากเงินให้สินเชื่อ ซึ่งเติบโต 1,002 ล้านบาท หรือ +3.59% จากไตรมาสก่อนหน้า
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 8,647 ล้านบาท ลดลง -6.03% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง -8.97% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลงราว 1,177 ล้านบาท หรือ -739.55% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ธนาคารและบริษัทย่อย มีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 9,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 181 ล้านบาท หรือ +1.00% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณธุกิจ และค่าใช้จ่ายพนักงาน
ณ วันที่ 30 ก.ย. 2565 ธนาคารและบริษัทย่อย มีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินรวม 2,864,647 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีเงินรับฝากอยู่ที่ 2,659,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.36% จากสิ้นปี 2564
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KBANK เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 เติบโตต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ อย่างไรก็ดีระดับการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยังคงมีความแตกต่างกัน และการส่งออกเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว
ส่วนในช่วงที่เหลือของปี 2565 แม้จะมีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว แต่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบของการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนำโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป รวมถึงสัญญาณอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนซึ่งมีผลกระทบต่อจังหวะการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญของตลาดท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้ คงต้องติดตามผลกระทบจากการขยับสูงขึ้นของต้นทุนการผลิต อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยในประเทศด้วยเช่นกัน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : สรุปผลการดำเนินงานของ KBANK สำหรับไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB