เปิดงบ “หุ้น BTG – เบทาโกร” เข้าเทรดวันแรก ครึ่งปี 65 กำไร 3,862 ล้านบาท โต 233%
“เบทาโกร” (BETAGRO) ชื่อหลักทรัพย์ BTG จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันนี้เป็นวันแรก 2 พ.ย. 65 ด้วยราคาไอพีโอ 40 บาท/หุ้น มูลค่าหลักทรัพย์ 7.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปี 65 มีกำไร 3,862 ล้านบาท
ค่าเงินบาทเช้านี้ "แข็งค่า" ระวังผันผวน! ตลาดจับตาผลประชุมเฟดคืนนี้
วันนี้ 2 พ.ย. 2565 บริษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน) ชื่อหลักทรัพย์ “BTG” จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก หลังจากที่เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรก หรือ ไอพีโอ (IPO) เมื่อ 10 - 17 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา ในจำนวน 434.8 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 40 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 17,392 ล้านบาท (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO อยู่ที่ 77,392 ล้านบาท
ทั้งนี้ เบทาโกร มีแผนนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปลงทุนเพื่อการเข้าซื้อ และ/หรือก่อสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ประมาณ 8,000 ล้านบาท การปรับโครงสร้างเงินทุนผ่านการชำระหนี้สินระยะสั้นและ/หรือระยะยาวให้แก่สถาบันการเงินประมาณ 8,960 – 10,500 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน ไม่เกิน 1,021 ล้านบาท
สำหรับผลดำเนินงานในงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2565 โดย BTG และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 3,862.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,724 ล้านบาท หรือ +233.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 54,193.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,217.7 ล้านบาท หรือ +26.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน ในงวดไตรมาส 2 ปี 65 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,868 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 1,471 ล้านบาท หรือ +370%
โดยปัจจัยหลักมาจากการขายสินค้า และบริการที่ปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย
- กลุ่มธุรกิจเกษตร ราคาขายสินค้าปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น
- กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ราคาขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์หมู ไก่ ไข่ไก่ อาหารแปรรูป และเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งเพิ่มขึ้นตามราคาตลาด ทั้งในประเทศและส่งออก รวมถึงปริมาณการขาย
- กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ราคาขายอาหารสัตว์ปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุน และราคาขายสัตว์ที่มีชีวิต
- กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย และราคาขายอาหารสัตว์เลี้ยง
BTG มีกำไรขึ้นต้น อยู่ที่ 10,015.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นหรือ +49.9% จาก 6,683.8 ล้านบาท ในงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2564 และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.8% เพิ่มขึ้นจาก 15.7% ในงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2564
ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 58,149.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีหนี้สินรวม 39,390.6 ล้านบาท ลดลง -6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า BTG เป็นผู้ประกอบการอาหารครบวงจรรายใหญ่ของไทย ตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ อาหารและโปรตีน (หมู ไก่ ไข่ ปลา เนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารแปรรูป เป็นต้น) และอาหารสัตว์เลี้ยง โดยมีธุรกิจในไทย กัมพูชา ลาวและเมียนมา มีจุดเด่นด้านแบรนด์ ครอบคลุมสินค้าพรีเมียมและทั่วไป อาทิ แบรนด์ “S-Pure” “BETAGRO” “ITOHAM” และ “Balance” เป็นต้น
ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิปี 2565 จะเติบโตถึง 695% จากปีก่อน สู่ระดับ 8,000 ล้านบาท จากแนวโน้มราคาหมู และไก่ ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากปัญหาหมูขาดแคลน
อย่างไรก็ตามคาดกำไรสุทธิปี 2566 จะลดลง 20% จากปีก่อน มาที่ 6,400 ล้านบาท (ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง) จากแนวโน้มราคาหมูและไก่อ่อนตัวลงบ้าง จากฐานที่สูงมากในปี 2565 กำหนด Fair value ปี 2566 ของ BTG เท่ากับ 48 บาท อิง PER 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย PER ที่ Fair value ของผู้ประกอบการหมูและไก่ใน SET
เช้าวันนี้เวลา 10.15 น. หุ้น BTG ราคาอยู่ที่ระดับ 38.25 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ -4.37% ต่ำกว่าราคา IPO ที่ 40 บาทต่อหุ้น โดยทำจุดสูงสุดที่ 39.75 บาท และต่ำสุดที่ 37.25 บาท
อัปเดตล่าสุดปิดตลาดช่วงเย็น เวลา 17.00 น. ราคาหุ้น BTG ปรับลดลง 3.75 บาท หรือเปลี่ยนแปลง -9.37% อยู่ที่ระดับ 36.25 บาทต่อหุ้น มูลค่าการซื้อขายรวม 8,716 ล้านบาท
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2565
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB