เปิดโผ 10 หุ้นไทย รับเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด – ชะลอขึ้นดอกเบี้ย
โบรกแนะ 10 หุ้นเด่น รับปัจจัยบวกเงินเฟ้อไทยผ่านจุดสูงสุดแล้ว และมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันปรับขึ้นดอกเบี้ยของ ธปท. รวมถึงไทยกำลังอยู่ในช่วงเปิดประเทศ ซึ่งจะหนุนการเติบโตเศรษฐกิจ
จากรณีกระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (CPI) หรือ เงินเฟ้อ เดือน ต.ค. 65 ปรับเพิ่มขึ้น +5.98% จากปีก่อนหน้า ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 6.0% และลดลงจากเดือนก่อน 6.41% ซึ่งนับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.65) อยู่ที่ 6.15%
ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ปรับขึ้น 3.17% จากปีก่อน ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 3.20% และลดลงจากเดือนก่อน 3.12%
ซึ่งปัจจัยสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค.นี้ มาจากการชะลอตัวตามราคาน้ำมันในตลาดโลก บวกกับรัฐบาลเข้าไปช่วยกำกับดูแลทำให้ราคาสินค้ากลุ่มอาหารสด
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (ASPS) ประเมินว่า แนวโน้มเงินเฟ้อของไทยสอดคล้องกับสหรัฐฯ โดยคาดว่าผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และจะเริ่มปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ
สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อไทยในอนาคต ฝ่ายวิจัยได้นำการเติบโต CPI รายเดือน เดือนล่าสุด ที่ระดับ 0.3% จากเดือนก่อนหน้า มาคิดเป็นสมมุติฐาน CPI Index ในช่วงถัดไป จะเห็นได้ว่า อัตรา CPI รายปี เดือนถัด ๆ ไปลดลงอย่างชัดเจน โดยลดลงจาก 5.98% จากปีก่อน ในเดือน ต.ค.65 มาอยู่ที่ 2.88% จากปีก่อน ราวเดือน มิ.ย.66
โดยอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% ในปีหน้า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ไว้ ซึ่งถือเป็นการช่วยลดแรงกดดันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ทั้งนี้ข้อมูลจาก Bloomberg Consensus ปี66 คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะอยู่กรอบ 1.35- 1.9% ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯในอนาคตฝ่ายวิจัยได้นำการเติบโต CPI รายเดือน เดือนล่าสุด ที่ระดับ 0.40% จากเดือนก่อน มาคิดเป็นสมมุติฐาน CPI Index ในช่วงถัดไป จะเห็นได้ว่า อัตรา CPI รายปี เดือนถัด ๆ ไป ทยอยลดลงต่อเนื่อง โดย ลดลงจาก 8.2% จากปีก่อน ของเดือน ก.ย.65 มาอยู่ที่ บริเวณ 4.1% จากปีก่อน ในเดือน มิ.ย.66 ซึ่งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมิรกา หรือ เฟด (Fed) จะชะลอการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมา โดยปลายปีหน้าคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.0%
ขณะที่เงินเฟ้อของยุโรป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้มต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 65 เนื่องจากยุโรปต้องเผชิญ ปัญหาวิกฤตพลังงาน รวมถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession)
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัย ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อยุโรปในอนาคต โดยนำการเติบโต CPI เฉลี่ยรายเดือนในสภาวการณ์ปกติ ที่ระดับ 0.7% จากเดือนก่อนหน้า นำมาคิดเป็นสมมุติฐาน CPI Index ในช่วงถัดไป จะ เห็นได้ว่า อัตรา CPI รายปี เดือนถัดๆ ไป ยังปรับตัวสูงขึ้นไปจนถึงต้นปี 66 ซึ่งคาดว่าเงินเฟ้อ จะทะยานสู่จุดสูงสุดในเดือน ม.ค. ที่ระดับ 11.7% จากปีก่อนหน้า ก่อนที่จะทยอยลดลงมาเข้าสู่กรอบ เป้าหมายที่ 2% ในช่วงปี 67 ทำให้ในฝั่งยุโรปอาจจะยังเห็นภาพการเร่งขึ้นดอกเบี้ยอยู่ โดย ปลายปีหน้า ฉันทามติ (Consensus) คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.75%
สรุป เงินเฟ้อทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ไทยทยอยเปิดประเทศ รวมถึงมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะช่วยลดแรงกดดันการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. และหนุนการเติบโตเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น ฝ่ายวิจัยแนะนำหุ้นเด่นรับเงินเฟ้อ คือ
- ค้าปลีก : BJC, HMPRO, MAKRO, CRC
- ท่องเที่ยว : CENTEL, AOT
- สินเชื่อ : SAWAD, ASK
- เกษตร-อาหาร : NER, CBG
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB