GPSC กำไรร่วง 82% เหตุต้นทุนผลิตไฟฟ้าพุ่งตามราคา "ก๊าซ-ถ่านหิน"
GPSC เจอพิษราคา "ก๊าซ-ถ่านหิน"พุ่งขึ้นตามวิกฤติพลังงาน ดันต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะพที่ค่าไฟฟ้าไม่ขยับตาม และอุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าลดลง
บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แจ้งตลาดหลักทรัพย์รายงานว่าในไตรมาส 3 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 331 ล้านบาท ลดลง 1,544 ล้านบาท หรือ 82% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2564
สาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงเล็กน้อย แต่ผลการดำเนินงานในส่วนของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
ปริมาณการขายไฟฟ้าสอดคล้องกับแผนการเรียกรับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติทำให้ margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น
กำไรสุทธิของบริษัทฯ ลดลง 353 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 52 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ margin จากการขายไฟฟ้ากับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง
แม้ว่าอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ(ค่า Ft) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 24.77 เป็น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ขณะที่ปริมาณการขายไฟฟ้าให้กฟผ. และปริมาณการขายไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้ำพลังน้ำไซยะบุรีเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล(Seasonality) และปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น
บริษัทฯ รับรู้มูลค่าSynergy จากการควบรวมกิจการสุทธิหลังภาษี 595 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ซึ่งส่วนหลักได้รับจาการบริหารจัดการการผลิตและใช้โครงข่ำยไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน การบริหารส่วนการพาณิชย์ด้านต้นทุนการผลิตและการขยายฐานลูกค้า การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการหุ้นกู้
ราคา GPSC ปิดตลาดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.76% ปิดที่ 65.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 576.80 ล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB