GENTLEWOMAN กระเป๋าผ้าโลโก้แบบตะโกน จนถึง แฟล็กชิพสโตร์ใจกลางสยาม
GENTLEWOMAN แบรนด์แฟชั่นที่โดนใจน้องๆ นักศึกษา จนถึงวัยทำงาน เส้นทาง 4 ปีที่แบรนด์เดินทางมา ถือว่าเป็นน้องใหม่มากๆ ในวงการแฟชั่น แต่กลับทำให้กระเป๋าผ้าที่มีชื่อแบรนด์แบบตะโกนฮิตกันทั่วเมือง กลยุทธ์การเจาะตลาดของทีมหลังบ้านที่คว้าวิกฤตช่วงโควิด-19 มาตั้งตัวได้แบบสวนกระแสและการตัดสินใจปักหมุดแฟล็กชิพสโตร์ใจกลางสยาม ในจังหวะที่พอดิบพอดี
ใจกลางสยามสแควร์บรรยากาศตอนนี้กำลังกลับมาสนุกสนาน มีทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การรวมกลุ่มของคนทุกวัยตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน
เรียกได้ว่า สยามสแควร์ กลับมาหลังโควิด-19 และการรีโนเวทครั้งใหญ่ และยังมาพร้อมกับแฟลกชิปสโตร์ 4 ชั้น ของแบรนด์ GENTLEWOMAN ซึ่งคุณแพง รยา วรรณภิญโญ Co-founder จากแบรนด์ GENTLEWOMAN บอกว่า ตัดสินใจไม่นานกับแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดและมีสินค้าหลากหลายที่สุดของแบรนด์
รูป : รยา (แพง) วรรณภิญโญ Co-founder จากแบรนด์ GENTLEWOMAN
ตัดสินใจเร็วมากค่ะ ต้องบอกว่าที่สยามช่วงที่กลับมามันเต็มมากเพราะ vipe (บรรยากาศ) มันกำลังกลับมา เลยอยากมาเปิดร้านที่นี่ พอมาเห็นห้องนี้เราก็เฮ้ย! ด้วยทำเล ด้วยอะไร เราพลาดไม่ได้เราต้องเอา เลยเกิดมาเป็นสาขานี้
แต่ถ้าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของ GENTLEWOMAN คุณแพงบอกว่า ร้านแรกแม้จะอยู่ในจุดที่ traffic ดีมาก เพราะอยู่ตรงข้ามร้านดังร้านหนึ่งของสยาม แต่กลับไม่มีคนเข้าร้านเลยตลอดเดือน เพราะแรกเริ่มเดิมทีแบรนด์เน้นเสื้อผ้าผู้หญิงสำหรับทำงานแต่เป็นชุดทำงานที่มีดีเทล มีสีสันขึ้นมาหน่อย ซึ่งผู้หญิงสามารถใส่ได้ตลอดทั้งปี
รูป : ชั้นที่ 2 ของ GENTLEWOMAN เน้นสินค้าคลอเลคชั่นใหม่ แฟลกชิปสโตร์ สยามสแควร์ตอนนั้นเห็นช่องว่างตรงที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะซื้อเสื้อผ้าทำงานแบรนด์ของต่างประเทศ แบรนด์จากห้างสรรพสินค้า ซึ่งอาจไม่พอดีกับขนาดตัวของคนไทย กับเรื่องของเสื้อผ้าตามฤดูกาล แบรน์ต่างประเทศไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ เพราะคนไทยไม่ได้มีฤดูหนาวจัด (Winter season) แต่เป็นฤดูร้อนทั้งปี (Summer season) ซึ่งเราไม่ได้แต่งตามฤดูกาลขนาดนั้น ขณะที่บางครั้งเป็นเสื้อผ้าฤดูหนาวหมดเลยซึ่งเราซื้อไม่ได้
แต่ไม่นานก็มาเจอกับ...โควิด-19 สินค้าชุดทำงานก็กลายเป็นศูนย์ เพราะคนไม่ออกจากบ้าน ทำให้ต้องปิดสาขา
แต่ใครจะรู้อีกว่า GENTLEWOMAN ใช้ความได้เปรียบของทีมเล็กที่ปรับตัวง่าย เร็ว วิเคราะห์พฤติกรรมจากวิกฤตจนเป็นโอกาสกับสินค้าที่เหมาะสำหรับ คนทำงานที่บ้าน (WFH)
พอเห็นสถานการณ์แล้วเปลี่ยนเลยก็ทำอะไรที่ casual (ไม่เป็นทางการ สบายๆ ) มากขึ้น คน WFH ยังใส่ได้ เพราะคนที่ออกจากบ้านช่วงนั้นคือการไปซูเปอร์มาเก็ต ซื้อแล้วกลับบ้าน เลยทำสินค้าที่มันสบายๆ เช่น สลิปเปอร์ เสื้อยืด หมวก
รูป : จุดเด่นกับ Tote wall สินค้าที่เป็นกระเป๋าผ้าซิกเนเจอร์ของแบรนด์ บนชั้น 4 แฟลกชิปสโตร์ สยามสแควร์
แต่ที่ตะโกนที่สุดเพราะเดินไปทางไหนก็เห็นแต่ GENTLEWOMAN ตัวใหญ่บนกระเป๋าผ้าแคนวาส เป็นสินค้าที่ทำให้ GENTLEWOMAN เป็นที่รู้จักมากขึ้น
ตัวนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นสินค้าของเราเลย ราคาเริ่มต้นที่ 390 บาท เป็น Original tote bag ผ้าแคนวาส เพราะก็อยากทำให้เข้าถึงง่าย ลูกค้าที่ไม่เคยลองซื้อเสื้อผ้าเรา แต่สินค้าชิ้นนี้เขาตัดสินใจง่าย และถ้าเขาได้เริ่มลองใช้หนึ่งสิ่ง ก็อาจเริ่มสนใจแบรนด์มากขึ้น และทำให้กลับมาดูสินค้าอื่นๆ ทำให้เราได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ากว้างขึ้นและเด็กลง
การเติบโตของ GENTLEWOMAN ต่อปีในช่วง 4 ปี เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ มีสาขากระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ เซนทรัลลาดพร้าว จนถึงจุดที่ตัดสินใจ ปักหมุดใจกลางแลนมาร์คของกรุงเทพฯ อย่าง "สยามสแควร์" ด้วยจังหวะพอดิบพอดีที่ความคึกคักของสยามกำลังกลับมา ทั้งนักท่องเที่ยวไทย ต่างชาติ วัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน ฯลฯ
แฟลกชิปสโตร์ 4 ชั้นของ GENTLEWOMAN เริ่มตั้งแต่ชั้นที่ 2 เน้นสินค้าคลอเลคชั่นใหม่ ชั้น 3 มีทั้งกลุ่มเดนิม ชุดว่ายน้ำ หมวก รองเท้า การดีไซน์ร้านเจาะพื้นที่ตรงกลางรับแสงธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียว มีพื้นที่ให้นั่งรอได้
เดินขึ้นชั้น 4 มีคาเฟ่ กับสินค้าไลฟ์สไตล์ของ GENTLEWOMAN ที่แตกไลน์ออกมา เช่น แก้ว จาน ของตกแต่งบ้าน และจุดเด่นที่สุดกับ tote wall สินค้าที่เป็นกระเป๋าผ้าซิกเนเจอร์ของแบรนด์
รูป : สินค้าไลฟ์สไตล์ของ GENTLEWOMAN ที่แตกไลน์ออกมา เช่น แก้ว จาน ของตกแต่งบ้าน
การเดินทางของ GENTLEWOMAN มาถึงปีที่ 4 แล้ว ซึ่งคุณแพงให้ความสำคัญกับ "ทีมงาน" มาก ตั้งแต่การคัดคน การสื่อสารทั้งเรื่องเป้าหมายที่ต้องมองในทิศทางเดียวกัน สร้างมูลค่าองค์กร มาทำให้องค์กรโตเร็ว เป็นออฟฟิศที่มีสีสันมาก เน้นคนรุ่นใหม่เพราะเป็นกลุ่มที่มีไฟ พร้อมปล่อยของตลอดเวลา
เราชอบเด็กจบใหม่ เพราะรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้มีไฟ และด้วยที่เราไม่ได้มาจากสายแฟชั่น เราจบบัญชี หุ้นส่วนก็จบบัญชี เพราะฉะนั้นเราอยากได้คนที่อินกับเรื่องนี้จริงๆ อย่างน้องดีไซเนอร์ ครีเอทีฟ เพราะพอเป็นแบรนด์แฟชั่นยังไงก็ต้องอินเทรนด์หลักของโลกว่าสุดท้ายแล้วช่วงนี้มีอะไร มาปรับกับกลุ่มลูกค้าของเรา ซึ่งที่ออฟฟิศจะเปิดกว้างมาก ให้ทุกคนออกไอเดีย ถกเถียงกันตลอดเวลา
คุณแพง ทิ้งท้ายถึงทิศทางของตลาดแฟชั่นโดยเฉพาะตลาดแฟชั่นออนไลน์ที่เปิดกว้างมากๆ ทั้งแบบHI-END หรือ แบรนด์อื่นๆ แต่สิ่งที่ทำให้ GENTLEWOMAN แตกต่างคือเรื่องของ แบรนด์ดิ้ง เพราะสินค้าอย่างเดียวใครก็ทำได้ ปรับนิดนึงก็ทำได้
แต่สิ่งที่จะทำให้เราไม่เหมือนคนอื่น คือ เรื่องของแบรนด์ดิ้งที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องทำให้มีความอยากใส่สินค้าของแบรนด์นี้ด้วย ซึ่งองค์ประกอบมันหลากหลายมาก ทั้งภาพลักษณ์ ตัวสินค้า ทุกอย่างที่เราสื่อสารออกไปเป็นสิ่งที่เรายังต้องพัฒนาไปอีก
เป็นอีกประเด็นที่ปีหน้า (2566) ภาพของ GENTLEWOMAN น่าจะปรับเปลี่ยนและมีหลากหลายมากกว่าเดิม
รูป : พื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นการออกแบบร้านเพื่อรับแสงธรรมชาติ มีคาเฟ่ และมุมนั่งเล่น นั่งรอ ถ่ายภาพ ได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB